สุขทุกข์....เลือกได้

สุขทุกข์....เลือกได้


ผศ.พญ.สุทธิพร เจณณวาสิน
ภาควิชาจิตเวชศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


           ชีวิตคนเรามีทางเลือกเสมอ แม้ไม่สามารถเลือกได้ทุกอย่าง ปัญหาของคนส่วนมากคือไม่รู้ว่ามีทางเลือกอะไรบ้าง และทางไหนง่ายกว่าในการที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข 
 
            ยกตัวอย่างเช่น การพยายามเปลี่ยนแม่ให้เลิกบ่นไม่ใช่ทางเลือกเดียวที่มีอยู่ เราสามารถเลือกที่จะไม่หงุดหงิดเวลาแม่บ่น หรือเลือกที่จะแยกบ้านออกไป หรือการพยายามทำให้สามีเลิกเจ้าชู้ ยากกว่าการเลือกที่จะมองว่านี่เป็นเพียงข้อเสียเล็กน้อยของเขา หรือเลือกที่จะหย่า เช่นเดียวกับแฟนที่ไม่มีเวลาให้แม้เราจะได้บอกไปหลายครั้งแล้ว เราก็สามารถไปเลือกที่จะหาความสนุกเพลิดเพลินด้วยตัวเองและกับเพื่อนฝูงบ้าง หรือจะหาแฟนใหม่ก็ได้ 

            เราอาจพบว่าหลายครั้งที่ทางเลือกที่มีอยู่แต่ละทาง ล้วนไม่ดีสมบูรณ์แบบอย่างที่ต้องการ เช่น เราอาจต้องเลือกระหว่างจะทำงานหนักขึ้นเพื่อให้มีรายได้มากขึ้น หรือพอใจกับเงินที่ไม่มากนัก โดยไม่มีทางที่เราอยากได้ที่สุด ซึ่งคือไม่ต้องทำงานแต่มีเงินมาก แต่ตรงนี้เราก็ยังสามารถเลือกที่จะหงุดหงิดว่าทำไมชีวิตไม่มีทางเลือกที่ดีพร้อมอย่างที่เราต้องการ และคอยว่าเมื่อไรสิ่งต่างๆถึงจะเป็นอย่างที่เราต้องการ หรือเลือกที่จะมองหาทางที่เราชอบรองลงมาที่ชีวิตมีไว้ให้ แล้วหาความสุขเท่าที่พอจะทำได้ นอกจากนี้เรายังอาจเลือกที่จะ “ไม่เลือก” คือมัวแต่คิดวนเวียนไปมาว่าจะเลือกทางไหนดีจนหมกมุ่นไม่มีจิตใจจะสนุกสนานกับชีวิตด้านอื่น ๆ ....สรุปคือ เราเลือกที่จะทุกข์หรือสุขก็ได้

            แม้จะไม่มีคำตอบตายตัวสำหรับแต่ละสถานการณ์ว่า ทางไหนง่ายกว่าในการที่จะทำให้เรามีความสุข เพราะชีวิตแต่ละคนย่อมมีรายละเอียดที่แตกต่าง แต่หลักการกว้างๆ คือ ทางที่ง่าย เลือกในสิ่งที่อยู่ในอำนาจการควบคุมของเรา เลือกจัดการทำอะไรบางอย่างกับตัวเราเองให้พ้นจากสถานการณ์ที่เป็นทุกข์ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนทรงผม เราสามารถเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต การทำงาน การหาความสุข แม้กระทั่งความเคยชินที่เรียกว่านิสัย จริงอยู่ที่การเปลี่ยนเหล่านี้ยากง่ายต่างกันในแต่ละคน และต้องใช้ความกล้าหาญบวกความพยายาม แต่การเปลี่ยนเกิดขึ้นได้แน่นอนถ้าเราตั้งใจจริง ส่วนการเปลี่ยนคนอื่นๆนั้นบางครั้งก็ได้ แต่ส่วนมากจะไม่ได้

            เวลามีปัญหาในความสัมพันธ์ หลายคนมักมองว่ามันไม่ยุติธรรมที่เราต้องทำอะไร เขาเป็นฝ่ายผิด เพราะฉะนั้นเขาก็ควรเป็นฝ่ายเปลี่ยนสิ ทำไมเราต้องเป็นฝ่าย “เสียเปรียบ” ในโลกอุดมคติมันก็ควรเป็นเช่นนั้น แต่น่าเสียดายที่โลกแห่งความจริงยังมีความยุติธรรมหรือไร้เหตุผลอยู่มาก เหมือนกับการที่คนเราเกิดมารูปร่างหน้าตา ความแข็งแรง ระดับสติปัญญา สภาวะครอบครัวล้วนแตกต่าง เราเลือกตรงนั้นไม่ได้ แต่เราเลือกที่จะใช้สิ่งที่เราได้มาให้เกิดประโยชน์มากที่สุด นั่นคือเกิดความสุขกับตัวเองมากที่สุด และถ้าเหลือก็จะได้เผื่อแผ่ไปถึงคนอื่นๆได้อีกด้วย 

            ฉะนั้นเราไม่ได้ “เสีย” หรอกค่ะ กับการเสียแรงหาทางเลือก หรือเปลี่ยนตัวเอง เพราะเราก็จะ “ได้” ความสุขสงบและความภูมิใจ ซึ่งเราจะไม่เลือกแบบนี้ก็ได้ เราสามารถเลือกที่จะคร่ำครวญด่าทอโชคชะตา ตัดพ้อในความไม่ยุติธรรม และทุกข์ทรมานรอไปเรื่อยๆ ว่าเมื่อไร “เขา” จะเปลี่ยน แล้วเราจะได้มีความสุข 

            แต่มันจะไม่ง่ายกว่าหรือที่จะจัดการทำอะไรบางอย่างที่รู้ว่าจะทำให้เราสุขขึ้นแน่ๆ แทนที่จะเสียแรง เสียเวลา อีกทั้งเสียสุขภาพจิตเคี่ยวเข็ญพยายามเปลี่ยนคนอื่น ซึ่งไม่รู้ว่าจะสำเร็จเมื่อไร ถึงตอนนั้นเราจะไม่ป่วยทางกายหรือจิตไปเสียก่อนหรือ

            การเข้าใจตรงนี้แม้จะเพียงขั้นต้นก่อนจะไปสู่การเลือกจริงๆ ซึ่งหลายครั้งไม่ใช่เรื่องง่าย หลายครั้งต้องเปลี่ยนตัวเราจากมุมมองที่คุ้นเคย แต่ก็น่าจะทำให้อุ่นใจว่าเรามีทางเลือกอยู่ แม้แต่ละทางเลือกล้วนมีข้อดีข้อเสีย แต่เราก็ยังมีโอกาสเลือก และไม่ต้องกลัวว่าจะเลือกผิด เพราะแม้เราจะได้เลือกทางใดทางหนึ่งไปแล้ว เราก็ยังสามารถเปลี่ยนใจไปเลือกทางใหม่ได้ ตราบที่ยังมีชีวิตอยู่

           สุดท้ายทางเลือกของคุณอาจไม่เป็นที่ถูกใจคนอื่น ๆ ก็ช่างเขาสิ นี่เป็นการเลือก “ของคุณ” ให้คนอื่นเขาไปเลือกทางของเขาเองสิคะ วิธีการนี้นำไปปรับใช้ได้กับหลาย ๆ เรื่องในชีวิตเลยนะคะ