อะแคนทะมีบา... เสี่ยงตาบอด

อะแคนทะมีบา... เสี่ยงตาบอด

 ศ.พญ.พนิดา โกสียรักษ์วงศ์
ภาควิชาจักษุวิทยา

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

แม้วัยรุ่นจะนิยมใส่คอนแทคเลนส์ เพื่อความสวยงามของดวงตาหรือเพื่อความคล่องตัวในการดำเนินชีวิตประจำวัน  แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ ถ้าไม่ดูแลรักษาคอนแทคเลนส์ให้ดี อาจถึงกับตาบอดได้ จากสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่มองไม่เห็นอย่าง "อะแคนทะมีบา" ซึ่งเข้ามารุกรานและทำอันตรายต่อดวงตา
รู้จักอะแคนทะมีบา  
            อะแคนทะมีบา  เป็นโปโตซัวแบบเซลล์เดียวที่อาศัยอยู่ในน้ำและดิน   มีช่วงชีวิต แบบ  คือ 
            1.  ”ซีสต์”  มีขนาด 10 - 25 ไมครอน  เมื่ออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม  มันจะฝังตัวอยู่นิ่ง ๆ 
            2. ”โทรโฟซอยต์” เป็นช่วงที่เปลี่ยนรูปร่างจาก ”ซีสต์”  มีขนาดใหญ่ 15 - 45 ไมครอน สามารถเคลื่อนไหวและมีฤทธิ์ทำลายดวงตา
            อย่างไรก็ตาม เชื้ออะแคนทะมีบาทั้ง 2 แบบ สามารถทนทานอยู่ได้นานในสิ่งแวดล้อมทุกรูปแบบ เช่น หนาวจัด ร้อนจัด  แห้งแล้ง  ขาดอาหาร และในสระว่ายน้ำที่ใส่คลอรีน หรือแม้แต่บ่อน้ำร้อน
เกี่ยวข้องกับผู้ใส่คอนแทคเลนส์
            ส่วนใหญ่ร้อยละ70 ในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ พบว่ามีกระจกตาอักเสบ เนื่องจากติดเชื้ออะแคนทะมีบาก่อให้เกิดอาการ ดังนี้ ปวดตามาก  สู้แสงไม่ได้  กระจกตาขุ่น ฝ้า เ ป็นแผลอักเสบที่กระจกตา  ในบางรายดูคล้ายอักเสบเหมือนติดเชื้อไวรัสเริม
การรักษา
             เนื่องจากเชื้ออะแคนทะมีบา เป็นสาเหตุสำคัญของอาการกระจกตาอักเสบ และยังส่งผลให้เกิดแผลที่ดวงตา ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ มีความอดทนต่อยาที่ใช้รักษาทุกชนิดทำให้ต้องหยอดยาเป็นเวลานาน  และในบางรายอาจไม่ตอบสนองต่อยา เป็นผลให้เชื้ออาจลุกลามไปทั่วทั้งกระจกตา จนเกิดอาการอักเสบทั้งลูกตาได้
            การรักษา ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โดยทั่วไปจะต้องหยอดตาด้วยยาฆ่าเชื้อนี้โดยเฉพาะ ซึ่งต้องผสมจากน้ำยาบางชนิดที่ไม่มีขายในท้องตลาด  และต้องหยอดตาบ่อย ๆ เป็นเวลานานหลายเดือนหรืออาจเป็นปี พร้อมเฝ้าติดตามดูอาการเป็นระยะ ๆ นานหลายปี  เนื่องจากเชื้ออะแคนทะมีบาสามารถมีชีวิตอยู่ในรูปแบบของซีสต์ได้นานหลายสิบปี  ถ้ามีอาการอักเสบมาก จักษุแพทย์จะทำการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาให้ แต่ก็สามารถกลับมามีเชื้อชนิดนี้ได้อีก จึงต้องเฝ้าติดตามดูอาการเป็นเวลานาน   และในบางรายอาจมีอาการหนักถึงขั้นที่ต้องได้รับการผ่าตัดเอาลูกตาออกในที่สุด  แม้ว่าจะผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตาแล้วก็ตาม  ก็อาจกลับมามีเชื้อชนิดนี้ได้อีกเมื่อร่างกายอ่อนแอหรือมีเชื้อโรคที่เป็นอาหารชั้นดีของเชื้ออะแคนทะมีบา ก็จะทำให้ดวงตาอักเสบทันที
ทำอย่างไรไม่ติดเชื้อ
            1. ล้างมือทำความสะอาดโดยการฟอกสบู่หลายๆ ครั้ง ก่อนหยิบจับคอนแทคเลนส์ 
            2. น้ำยาทำความสะอาดล้างเลนส์ ควรใช้ให้หมดภายใน 1 เดือน ไม่เก่าเก็บเกิน 2 เดือนหลังจากเปิดใช้แล้ว
            3. ขัดถูล้างเลนส์ทั้ง 2 ด้านเป็นเวลาพอสมควร ตลอดจนล้างขัดถูตลับแช่เลนส์ให้สะอาดทุกครั้งก่อนใส่น้ำยาแช่เลนส์ที่เปลี่ยนใหม่
ทุกวัน เพราะโรคนี้มักพบในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มบ่อยกว่าชนิดแข็ง โดยเฉพาะผู้ที่ไม่ล้างทำความสะอาดเลนส์ทุกวันหรือใส่นอน
            4. ควรนำตลับแช่เลนส์อบไมโครเวฟทุก 2-3 สัปดาห์ และเปลี่ยนตลับใหม่ทุก 2-3 เดือน เนื่องจากเชื้อโรคนี้อยู่ทนทาน
เมื่อมีอาการหรือพฤติกรรมต่อไปนี้...อย่าใส่คอนแทคเลนส์
            1.  เปลือกตาอักเสบ
            2.  ตาแห้ง
            3.  เป็นโรคภูมิแพ้
            4. ไม่มีเวลาดูแลล้างทำความสะอาดคอนแทคเลนส์  
            ดังนั้น ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้ว หากปฏิบัติตัวไม่ถูกวิธี มีสิทธิ์ติดเชื้อจนตาบอดได้ โดยเฉพาะผู้ที่ใส่ตามแฟชั่น ยิ่งต้องควรระมัดระวังมากกว่าปกติ เพราะหากดูแลดวงตาและรักษาคอนแทคเลนส์ไม่ถูกวิธี อาจมีเชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ง่าย หรือแค่ฝุ่นละอองปลิวเข้าตา ก็อาจพาเชื้อโรคเข้าไปได้ด้วยเหมือนกัน สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลาทำความสะอาดล้างเลนส์ ขอแนะนำให้ใส่ชนิดรายวันแล้วทิ้ง หรือเปลี่ยนเป็นใส่แว่นตาจะปลอดภัยกว่า
            ฉะนั้นก่อนตัดสินใจใส่คอนแทคเลนส์ควรปรึกษาจักษุแพทย์  เพื่อตรวจประเมินหาความผิดปกติหรือความเสี่ยง ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ละเลยได้ และในกรณีที่คอนแทคเลนส์หล่นลงพื้นหรือตากอากาศจนแห้งแข็ง  ไม่ควรนำมาใช้อีก  แม้จะยังไม่หมดอายุการใช้งาน  เนื่องจากเสี่ยงกับการติดเชื้อ
ดีต่อสุขภาพตาแน่นอน  ถ้าทำได้.