ข้อปฏิบัติการใช้ยา ตอนที่ 1

ข้อปฏิบัติการใช้ยา (ตอนที่ 1)

ภญ.สมทรง ศักดิ์ศรี
ฝ่ายเภสัชกรรม   โรงพยาบาลศิริราช
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ถาม การใช้ยาที่ถูกต้องมีความจำเป็นอย่างไรบ้าง 
ตอบ
ยาถ้าใช้ให้ถูกต้องกับโรค ทั้งยากิน และฉีด หรือจะให้โดยวิธีใดวิธีหนึ่งที่ถูก ต้องก็จะเป็นประโยชน์ แต่ถ้าใช้ยาผิดพลาดไปนอก จากจะไม่ได้ประโยชน์แล้วบางครั้งอาจจะเกิดอันตรายอีกด้วย

ถาม ข้อแนะนำในการใช้ยาที่ถูกต้อง 
ตอบ
หน้าซองที่จ่ายให้ผู้ป่วยจะมีกำหนดไว้ เมื่อผู้ป่วยได้รับยาไปควรจะอ่านวิธีใช้ ที่หน้าซองหรือขวดให้เข้าใจก่อนกลับบ้าน หรือให้ผู้ป่วยถามเภสัชกร หรือบุคลากร ทางการแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่ห้องยาอ่านให้ฟังให้เข้าใจเสียก่อน เพราะว่าการที่กลับ บ้านไปแล้วอ่านไม่เข้าใจ ต้องกลับมาโรงพยาบาล หรือบางทีไปกินยาผิด ก็อาจจะ เป็นอันตรายได้

ถาม ยกตัวอย่างข้อความที่ผู้ป่วยมักจะใช้สับสนเสมอๆ 
ตอบ
ที่พบเสมอ เช่น 1 เม็ด ก่อนนอนหมายความว่าใช้ก่อนนอนกลางวันก็รับ ประทานด้วย จะทำให้ได้รับยามากเกินไปอาจจะเป็น   อันตรายได้ต้องจำไว้ว่า 1 เม็ด ก่อนนอน หมายถึง 1 เม็ดก่อนนอนช่วงกลางคืนเท่านั้น หรือการรับประทานยา แก้ปวด แก้ไข้จะ  เขียนไว้หน้าซองว่า รับประทานทุก 4 ชั่วโมง เวลา 4 ชั่วโมง ถึงจะ รับประทานซ้ำอีกหนึ่งครั้ง และรับประทานเวลาปวดเมื่อหาย   ปวดแล้วไม่ต้อง หรือว่า เวลามีไข้ถึงจะรับประทาน เวลาไม่มีไข้ไม่ต้องรับประทาน ถ้าเป็นยาปฏิชีวนะจะ ต้อง รับประทานยาให้  หมด ถ้ามีหน้าซองเขียนไว้ว่า 1 เม็ด 3 เวลา หลังอาหาร และ ก่อนนอนมี 20 เม็ด ก็ต้องรับประทานให้ครบ 20 เม็ด เพราะถ้าเรารับประทาน ไม่หมดพอรู้สึกค่อยยังชั่วก็หยุดยา ไม่รับประทานให้ครบตามที่แพทย์สั่ง อาจทำให้ เกิดอาการดื้อยาได้ในภายหลัง

ถาม ในกรณีที่เป็นหวัด ได้รับประทานยาปฏิชีวนะแล้วหาย พอเป็นหวัดอีกจะ ไปซื้อยาอย่างเดิมมารับประทานได้หรือไม่ 
ตอบ
ไม่สมควร เพราะเราไปซื้อมาอาจซื้อได้ไม่ครบตามจำนวนที่ต้องการ ไม่เพียง พอที่จะทำให้โรคหายขาดคือ การรักษาโรคนี้ไม่ใช่รับประทานยาพอค่อยยังชั่วแล้ว ก็เลิก ต้องรับประทานยาจนครบตามจำนวนที่สามารถรักษาโรคได้ มิฉะนั้นจะเกิด การดื้อยาขึ้นภายหลัง

ถาม มียาบางอย่างเขียนไว้ว่าให้ดื่มน้ำตามมาก ๆ เพราะเหตุใด 
ตอบ
ยาที่ดื่มน้ำตามมาก ๆ คือ ยาประเภทซัลฟา โดยทั่ว ๆ ไปเพราะว่ามันจะทำให้ เกิดการตกตะกอนของยาในไต การที่ดื่มน้ำตามมาก ๆ ก็จะเป็นการช่วยให้การ ขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ไม่เกิดการตกตะกอนในไต

ถาม ยาที่เป็นผงมีวิธีการใช้อย่างไร 
ตอบ
ยาผงมีอยู่หลายชนิด ถ้าเผื่อใช้ภายนอกอย่างจำพวกผงโรยแผล หรืออาจจะมี ยาที่บรรจุอยู่ในขวดเล็ก ๆ มีผงอยู่ก้นขวด และก็มีน้ำคู่กันมา จะเป็นพวกยาฉีดเวลา ที่จะฉีดก็ต้องเอาผงและน้ำผสมกัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของพยาบาลที่จะเป็นคนทำอีก แบบหนึ่งเป็นผงที่  ใช้เป็นยารับประทานคือ ในบางครั้งเราไม่สามารถที่จะละลายผง ยาให้ไปเลยได ้ เพราะว่าบางที่ผู้ป่วยจะต้องรับประทานจนติดต่อกันนาน ๆ ถ้า ละลายทิ้งไว้นานเกินกำหนดก็อาจทำให้ยานั้นเสื่อมได้ สมมุติว่าคนไข้ต้องรับ ประทานยาติดต่อกันไปนาน ๆ ต้องเอายาไปถึง 2 ขวด เราก็จะละลายให้เพียงขวด เดียวก่อน อีกขวดหนึ่งให้ผู้ป่วยไปละลายเอง

ถาม ยาที่ละลายแล้วควรเก็บรักษาอย่างไร 
ตอบ
ควรเก็บไว้ในตู้เย็น 7 วัน วิธีการละลายยาก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะในบางครั้งยา ที่เป็นผงบรรจุมาจากโรงงานทิ้งไว้นาน ๆ อาจเกาะกันอยู่ก้นขวด ก่อนที่ละลายยา ควรเขย่าขวดให้ผงยากระจายตัวเสียก่อนแล้วก็เติมน้ำ อย่าเติมทีเดียวหมด ให้เติม เศษสามส่วนสี่ก่อนแล้วเขย่า สังเกตดูว่าฟองที่เกิดยุบตัวหมดค่อยเติมน้ำอีกครั้งให้ ถึงระดับที่ต้องการ เขย่าอีกครั้งให้ยาละลาย

ถาม ยาที่เกิดตกตะกอน แยกตัวเป็นชั้นยังใช้ได้หรือไม่ 
ตอบ
ยาที่ตกตะกอน ถ้าเราเขย่าแล้วยากระจายตัวไม่แข็งนอนอยู่ที่ก้นขวดก็ใช้ได้ แต่จะมียาผสมบางชนิดซึ่งตกตะกอนเร็วมากก่อนใช้ยาจะต้องเขย่าขวดก่อนที่ ฉลากเปิดขวดจะมีคำว่าเข่าขวดก่อนใช้ยา

ถาม คำแนะนำในการรับประทานยาแขวนตะกอน 
ตอบ
เขย่าขวดก่อนรับประทานเสมอ ถ้าเป็นยาที่มีตะกอน หรือแขวนตะกอน ถ้า เป็นยาที่บ่งไว้ว่าให้รับประทานก่อนอาหาร หมายความว่าให้รับประทานยาก่อนรับ ประทานอาหารครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง แต่ยาจำพวกยาย่อยเราต้องรับประทานพร้อม อาหาร หรือหลังอาหารทันที หรือยาบางพวกที่รบกวนกระเพาะได้แก่ยาแก้ปวดต่าง ๆ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ เราต้องรับประทานในขณะที่ท้องไม่ว่าง เช่น หลังอาหาร แต่บางครั้งผู้ป่วยรับประทานอาหารไม่ได้ ก็ให้ดื่มน้ำตามยาไปมาก ๆ หรืออาจจะ ใช้ดื่มน้ำข้าวต้ม หรือนมก่อนรับประทานยาพวกนี้ เพื่อป้องกันการระคายเคืองที่ กระเพาะอาหาร เพราะว่าการระคายเคืองอาจทำให้เกิดอาการปวดท้อง การที่เราดื่มนม หรือน้ำข้าวต้ม จะช่วยลดอาการระคายเคืองของกระเพาะได้

ถาม ยาแก้หวัด หรือแก้แพ้ มีข้อควรระวังในการรับประทานอย่างไร 
ตอบ
ยาแก้หวัด แก้แพ้ มีฤทธิ์ข้างเคียง คือทำให้ง่วง ไม่ควรขับรถ หรือทำงานที่ เกี่ยวกับเครื่องจักรจะทำให้เป็นอันตราย

- มีต่อตอนที่ 2-