“สารพิษ” ภัยร้ายต่อจิต

สารพิษ” ภัยร้ายต่อจิต


                                                                     ผศ.นพ.ธีระ  กลลดาเรืองไกร
                                 สาขาวิชาพิษวิทยาคลินิก  และอาชีวเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม
                                                                     ภ.เวชศาสตร์ป้องกันและสังคม

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


                เหตุการณ์การทำร้ายตนเองและผู้อื่นที่เกิดขึ้นในสังคมทุกวันนี้  ส่วนหนึ่งมาจากผู้มีความผิดปกติทางจิต  บางรายมีสภาวะจิตผิดปกติมาตั้งแต่กำเนิด  หรืออาจเกิดจากความเจ็บป่วย  แต่มีจำนวนไม่น้อยที่มีอาการมาจากการที่ร่างกายได้รับสารที่มีผลต่อจิต
มันอยู่ไหนนะ  เจ้าสารพิษตัวร้าย ?
                มีทั้งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ  อาทิ  ใบกระท่อมเห็ดเมา  ใบฝิ่น (ใบยาสูบที่นำมาผลิตเป็นส่วนประกอบของบุหรี่ก็มีสารพิษนะครับ) 
                ส่วนสารสังเคราะห์และยา  โดยเฉพาะยา  อาจเป็นยาที่ใช้ในการรักษาพยาบาลทั่วไป   เช่น  ยานอนหลับ  ยากล่อมประสาท  ยารักษาโรคซึมเศร้า  ยารักษาโรคจิตประสาท
               สารสังเคราะห์ที่พบบ่อย  คือ  สารกล่อมประสาท  ยากระตุ้นประสาท  ยาเสพติดชนิดกินหรือฉีด  และยารักษาโรคที่นำมาใช้ผิดวิธีเป็นต้น
สารที่มีผลต่อจิตประสาท  แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่  3  กลุ่ม  คือ
             1.     สารกระตุ้นประสาท  ที่พบบ่อย  คือ  ยากลุ่มแอมเฟตามีนหรือยาบ้า  ยาอี  ยาไอซ์  ยาเลิฟ  ซึ่งเป็นสารที่มีโครงสร้างใกล้เคียงกัน  ออกฤทธิ์ต่อประสาทคล้าย ๆ  กัน  โดยกระตุ้นให้ไม่ง่วงนอน  กระฉับกระเฉง  มีแรงทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน  รู้สึกเป็นสุข  สนุกสนานมากกว่าปกติ   ผลกระทบ  อาจทำให้เกิดภาวะเส้นเลือดในสมองแตก  หัวใจเต้นผิดจังหวะ หัวใจวายคลุ้มคลั่ง    จนถึงชักเกร็งกระตุกได้  และที่น่ากลัวไปกว่านั้นวงการแพทย์พบว่ายาลดน้ำหนัก  (กลุ่มเฟนเทอมีน)  ที่คนทั่วไปนิยมใช้  อาจทำให้เกิดอาการข้างเคียงและมีผลกระทบคล้าย ๆ  กับผู้ได้รับสารกระตุ้นประสาทข้างต้น
             2.     สารกดประสาท  ที่พบบ่อย  คือ  ยากลุ่มยานอนหลับต่าง ๆ  ยารักษาโรคจิตประสาทซึ่งมีผลกระทบต่อภาวะกดประสาทร่วมด้วยยารักษาโรคลมชักบางตัว  นอกจากนี้ยังรวมถึงยาเสพติด  เช่น  ใบกระท่อม  ฝิ่น  มอร์ฟีน  เฮโรอีน... ผู้ที่ได้รับสารดังกล่าวจะง่วงนอน  เคลิ้มฝัน  เห็นภาพที่มีความสุข  รู้สึกร่างกายเบาสบาย  หากได้รับผลต่อเนื่องทำให้เกิดการติดยา  การกดประสาทลึกเกินไปจนกดการหายใจ  การเกิดอุบัติเหตุจากการง่วงนอน  การติดเชื้อในกระแสเลือดจากการใช้ยาในรูปยาฉีดเข้าสู่ร่างกาย  การตรวจสอบจากการตรวจปัสสาวะ  และตรวจเลือดสามารถนำมาใช้ในการวินิจฉัยชนิดของสารดังกล่าว
            3.     สารหลอนประสาท  พบใน  เห็ดเมา  แอลกอฮอลล์  สาร  GHB  (Gamma  hydroxybutylic  acid) และโคเคน... ผู้ได้รับสารจะมีอาการจิตหลอน  เห็นภาพเสมือนจริง  ภาพผิดธรรมชาติ  ภาพหน้ากลัว  รู้สึกตนเองใหญ่หรือเล็กกว่าปกติ  จำสิ่งไปทำมาไม่ได้  หลงลืม  ส่งผลให้เกิดอันตรายทั้งจากกรณีทีไปทำร้ายผู้อื่น  หรืออาจเกิดความกลัวและหนีจากความกลัวจนเกิดอุบัติเหตุจากการปีน  หกล้ม  กระโดดจากที่สูง  และอาจการติดเชื้อทางกระแสเลือดในกรณีใช้ฉีดสารเข้าทางกระแสเลือด 
วิธีรักษาเป็นอย่างไรนะ ?
                โดยปกติหากเกิดกรณีฉุกเฉิน  จะต้องช่วยให้ผู้ป่วยอยู่ในภาวะสงบ  จากนั้นจะช่วยในเรื่องการหายใจ  ให้ยานอนหลับ ให้ยาระงับชัก  ส่วนกรณีที่ผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร  แพทย์จะพิจารณาให้การรักษาโดยการบำบัดระยะยาว ( สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับสารเสพติด) เพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ
การรักษาสามารถทำให้หายขาดหรือไม่  อย่างไรและต้องอาศัยปัจจัยเรื่องใดบ้าง ?
                ปัญหาการรักษาทั้งระยะสั้นและระยะยาว  ต้องได้รับความร่วมมือจากครอบครัวจึงจะสำเร็จ  ทั้งในด้านการสังเกตอาการของผู้ป่วยและการฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจ  การพัฒนาสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะชุมชนที่ผู้ป่วยอยู่อาศัย ก็เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการดูแลรักษา
                โปรดจำไว้นะครับ  สารหรือยาทุกชนิดมีทั้งประโยชน์และโทษ  ไม่ควรใช้โดยไม่จำเป็น  ถ้าจะให้ปลอดภัยแน่ ๆ ก็ควรปรึกษาแพทย์ก่อนและที่ลืมไม่ได้  คือ  ยา  สารพิษต่าง ๆ  รวมถึงยาเสพติดมีอยู่รอบ ๆ  ตัวเรา   หากบ้านไหนมีลูกหลานตัวเล็ก ๆ อย่าประมาทเผลอวางยา  หรือสารที่เป็นพิษในที่ที่พวกเขาเอื้อมถึง  เพราะอาจส่งผลต่อชีวิตได้นะครับ