รูปร่างลักษณะของแมงป่อง รูปร่างลักษณะของตะขาบ

พิษภัยในบ้าน

พิษภัยในบ้าน

รศ.พญ.สุภัทรา  เตียวเจริญ
ภาควิชาปรสิตวิทยา

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


          ในช่วงหน้าฝนนี้  สัตว์ที่น่ากลัวคงหนีไม่พ้นแมงป่องและตะขาบที่มักคลานยั้วเยี้ยเข้ามาในบ้าน ไม่แต่สร้างความตกใจ ยังสร้างความหวาดกลัว เนื่องจากพิษของมัน ถ้าใครแพ้อาจตายได้ 

          แมงป่อง (Scorpions)
          แมงป่องจัดอยู่ใน Class Arachnida, Order Scorpiones  พบกระจายอยู่ทั่วโลก ในประเทศไทยมีหลายชนิดเช่น แมงป่องชนิด Keterometrus longimanus มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดพบทางภาคเหนือ   แมงป่องบางชนิดมีพิษไม่รุนแรง บางชนิดพิษรุนแรงมาก อาจทำให้ตายได้ 
          แมงป่องมีรูปร่างคล้ายปู มีขนาดยาว 2-10 เซนติเมตร ลำตัวประกอบด้วยส่วนหัวและอกรวมกัน ส่วนท้องลักษณะยาวและแบ่งเป็นปล้องๆ ส่วนปากมีลักษณะเป็นก้ามขนาดใหญ่คล้ายก้ามปูไว้สำหรับจับเหยื่อ  ส่วนหางมี 5 ปล้อง ปลายหางยกขึ้น ปล้องสุดท้ายมีอวัยวะสำหรับใช้ต่อยและมีต่อมพิษอยู่ที่ส่วนปลาย
          แมงป่องออกลูกเป็นตัว (larviparous)  ลูกแมงป่องจะอาศัยอยู่บนหลังของตัวแม่ ภายใน 2 สัปดาห์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นและแยกจากตัวแม่ไปหากินอิสระ จากนั้นลอกคราบอีก 6-7  ครั้ง  จึงเป็นตัวเต็มวัย ใช้เวลานาน 1 ปี  แมงป่องออกหากินในเวลากลางคืน  มักพบในห้องน้ำ   ครัว  ผนังห้อง  ท่อแอร์  ชอบที่เย็น กลางวันซุกอยู่ตามกองไม้  กองหิน  และในดิน  อยู่ได้ทั้งในทะเลทรายและป่าแถบร้อนชื้น 
          พิษของแมงป่องประกอบด้วยสาร neurotoxin เป็นส่วนใหญ่ มีคุณสมบัติทนต่อความร้อน ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์ประสาท กล้ามเนื้อหัวใจ หลังถูกต่อย  ผู้ป่วยเริ่มมีอาการภายใน 4-7 นาที และมีอาการปวดมากในเวลา 30 นาที พิษจะถูกกำจัดทางปัสสาวะภายในเวลา 4.2 – 13.4 ชั่วโมง ปริมาณพิษที่ได้รับมากจะเกิดอาการมาก เช่น มีอาการปวดบวมแดง ปวดแสบปวดร้อนตรงบริเวณที่ถูกต่อย  บางครั้งจะเป็นรอยไหม้  คัน ชา มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน  ถ้าเข้าสู่กระแสโลหิตจะไปมีผลต่างๆ เช่น ง่วงซึม อัมพาตบางส่วน กล้ามเนื้อเกร็ง น้ำลายไหล ชัก ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะน้อย หัวใจเต้นเร็ว น้ำคั่งในปอด และอาจเสียชีวิตจากภาวะการหายใจล้มเหลว ระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลว  กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ  อาการพิษจะเริ่มในเวลา 1.5 – 42 ชั่วโมงหลังถูกแมงป่องต่อย 


          ตะขาบ (Centipedes)
          ตะขาบจัดอยู่ใน Class Chilopoda เป็นสัตว์ขาข้อที่พบได้ทั่วไปในแถบร้อนชื้น  อาศัยอยู่บนบก ตะขาบมีขนาดความยาวลำตัวตั้งแต่ 3 – 8 เซนติเมตร ลำตัวแบนราบ  มีปล้อง 15 – 100 ปล้อง แต่ละปล้องมีขา 1 คู่ ส่วนหัวแยกจากลำตัวชัดเจน มีหนวด 1 คู่ โดยมีเขี้ยวพิษ 1 คู่ ซึ่งดัดแปลงมาจากปล้องแรกของลำตัว  เขี้ยวพิษเชื่อมต่อกับต่อมพิษ
            ตะขาบวางไข่ในที่ชื้น หรือต้นพืช หญ้า  ใช้เวลาในการเจริญเติบโตนาน ลอกคราบ 10 ครั้ง  ตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 3 – 5 ปี   ในเวลากลางวันจะซ่อนตัวอยู่ในที่เย็นๆ ใต้ก้อนหิน ออกล่าเหยื่อในเวลากลางคืน กินแมลงและสัตว์ขาข้อตัวเล็กๆ เป็นอาหาร
          เมื่อถูกตะขาบกัดจะพบรอยเขี้ยว 2 รอย ลักษณะเป็นจุดเลือดออกตรงบริเวณที่ถูกกัด พิษของตะขาบประกอบด้วยสารก่อปฏิกิริยาอักเสบต่อร่างกาย ได้แก่ hydroxytryptamine หรือ cytolysin ทำให้เกิดการอักเสบ ปวดบวมแดง ร้อน ชา เกิดอัมพาตตรงบริเวณที่ถูกกัด ในบางรายอาจมีอาการแพ้หรือกระวนกระวาย อาเจียน หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ มึนงง ปวดศีรษะ  อาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนตรงบริเวณที่ถูกกัด อาจเป็นแผลไหม้อยู่ 2 – 3  วัน 
          การรักษาพิษของตะขาบและแมงป่อง โดยทำความสะอาดแผล ห้ามขยับบริเวณที่ถูกต่อย ใช้ผ้าพันแผลพันไว้และประคบด้วยน้ำแข็ง  ให้ยาแก้ปวด  อาจใช้ยาชา Xylocane ฉีดเข้าตรงบริเวณที่ถูกกัด ให้ยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อโรคและวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก  ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น บวมมาก ปวดมาก หรือมีประวัติของการแพ้มากให้รับไว้รักษาในโรงพยาบาลทันที