ลมหนาว...วายร้ายของเจ้าตัวน้อย (2)

ลมหนาว...วายร้ายของเจ้าตัวน้อย (2)

ผศ.พญ.เกษวดี  ลาภพระ

กุมารแพทย์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

โรคหัด

          ทารกและเด็กเล็กกว่า 8 เดือน มักจะไม่เป็นโรคหัด เพราะยังมีภูมิคุ้มกันจากแม่ที่เคยเป็นโรคหัดแล้ว เด็กที่ป่วยจะมีอาการไข้สูง น้ำมูกไหล ไอ ตาแดงแฉะนำมาก่อน ประมาณวันที่ 4 หลังจากมีไข้ จะเริ่มมีผื่นขึ้นที่หลังหู ผื่นลามไปยังหน้าและตามตัว เมื่อผื่นกระจายไปทั่วตัวแล้ว ไข้จะลดลง ผื่นจะค่อย ๆ จางหายไปภายในประมาณ 2 สัปดาห์ อาจพบโรคแทรกซ้อนได้ เช่น หูชั้นกลางอักเสบ ปอดอักเสบ อุจจาระร่วง  

การรักษา ส่วนใหญ่เป็นการรักษาตามอาการ  ให้ผู้ป่วยนอนพัก เช็ดตัวในช่วงที่มีไข้สูง  และให้รับประทานอาหารอ่อนๆ ถ้ามีโรคแทรกซ้อนแพทย์จะให้ยาที่เหมาะสม  ควรแยกผู้ป่วยออกจากเด็กอื่น ๆ จนถึงระยะ  4 - 5 วันภายหลังผื่นขึ้น หลายคนเชื่อว่าเด็กต้องออกหัดทุกคน ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะโรคหัดเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน

ถ่ายจู๊ด ๆ เพราะ“โรคอุจจาระร่วง”

            โรคอุจจาระร่วงในช่วงฤดูหนาว ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสโรตา  ติดต่อโดยการดื่มน้ำหรือรับประทาน อาหารที่มีเชื้อไวรัสนี้ปนเปื้อน  และยังติดต่อทางน้ำมูก น้ำลายได้ด้วย พบบ่อยในเด็กเล็ก ผู้ป่วยอาจเริ่มมีอาการคล้ายไข้หวัดมาก่อนคือ มีอาการไข้ อาเจียน และถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ โดยทั่วไปอาการไม่รุนแรง แต่เด็กบางคนอาจขาดน้ำรุนแรงโดยเฉพาะเด็กเล็ก มีปริมาณน้ำในร่างกายน้อย เสียน้ำมากอาจช็อคได้  

 

การรักษา ควรให้อาหารเหลวบ่อยครั้ง เช่น น้ำข้าวต้ม น้ำแกงจืด  น้ำนมแม่  ถ้ายังถ่ายบ่อย  ให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่ทีละน้อย บ่อยครั้ง เพื่อทดแทนการสูญเสียเกลือแร่จากการถ่ายและอาเจียน  ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือรับประทานได้น้อย ควรพาไปพบแพทย์ ซึ่งส่วนใหญ่แพทย์จะให้การรักษาแบบประคับประคอง คือ ให้สารน้ำทดแทนทางหลอดเลือด  ให้ยาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้อาเจียน  ยาลดไข้ 

 

เมื่อเด็กมีไข้

            ในเด็กเล็กอาจเห็นผิวหนังตามตัวแดง หน้าแดง เมื่อจับตัวจะรู้สึกร้อน ไข้จะขึ้น ๆ ลง ๆ หรือไข้สูงลอย แล้วแต่ลักษณะของโรคนั้น ผู้ปกครองมักจะกังวลว่า ให้เด็กรับประทานยาลดไข้แล้ว  ไข้ยังขึ้นอีก ก็เพราะว่าสาเหตุของไข้ยังมีอยู่  แต่การดูแล เช็ดตัวให้เด็กและให้ยาลดไข้  จะช่วยบรรเทาอาการได้ ทำให้เด็กสบายตัวขึ้น และถ้าไข้สูงมากในเด็กเล็กอาจมีอาการชักได้ เนื่องจากศูนย์ควบคุมอุณหภูมิในสมองของเด็กเล็กยังทำงานได้ไม่ดี

 

         การดูแลเด็กเมื่อมีไข้ ให้ใช้น้ำที่ไม่ร้อนจัดหรือเย็นจัดจนเกินไป (น้ำจากก๊อกประปาก็ได้) เช็ดให้ทั่วตัวโดยเฉพาะตามซอกคอ ข้อพับแขนขา และให้ยาลดไข้พาราเซตามอล ไม่ควรใช้ยาแอสไพริน เพราะถ้าเด็กเป็นโรคไข้หวัดใหญ่หรือโรคสุกใส อาจทำให้เกิดตับวายและมีผลต่อสมองถึงขั้นเสียชีวิตได้ และถ้าไข้สูงอยู่ตลอดติดต่อกันหลายวันหรือเด็กมีอาการไม่ทุเลาเลยควรพบแพทย์ด่วน 

อย่านิ่งนอนใจค่ะ ทุกอย่างสามารถแก้ไขด้วยการดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยของท่านอย่างเพียงพอ