คุณเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่หรือยัง?

คุณเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่หรือยัง?

รศ.นพ.วิทยา ถิฐาพันธ์
ภาควิชาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

เมื่อคุณผู้หญิงเริ่มมีการตั้งครรภ์และยิ่งเป็นการตั้งครรภ์ครั้งแรกด้วยละก็ ส่วนมากก็จะมีการเตรียมตัวเพื่อจะเป็นคุณแม่คนใหม่กันทั้งสิ้น สารพัดสื่อไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีรายการหรือบทความที่จะให้ความรู้แก่คุณแม่คนใหม่กันมากมาย จนบางครั้งถ้าคุณแม่พยายามจะติดตามให้ครบหมดทุกอย่างอาจจะเหนื่อยจนขาดใจตายก่อนที่จะได้เป็นแม่คนก็มี  ผมอยากให้คุณผู้อ่านลองคิดดูนะครับว่าการจะมีลูกซักคนนึงไม่ใช่เรื่องของแม่คนเดียวนะครับ พ่อก็มีส่วนสำคัญไม่น้อยในการที่จะต้องเตรียมตัวเพื่อต้อนรับลูกน้อยที่จะเกิดมา อย่างไรก็ตามผมเห็นบทความที่แนะนำการเตรียมตัวเป็นคุณพ่อในสื่อต่างๆน้อยมาก การที่เป็นเช่นนี้ผมสันนิษฐานเอาเองว่าน่าจะเป็นเพราะสังคมไทยรวมทั้งประเทศทางตะวันออกอื่นๆ เช่น จีน เกาหลี และญี่ปุ่น ยังคิดว่าการเลี้ยงลูกเล็กเป็นเรื่องของผู้หญิงผู้ชายไม่เกี่ยวเพราะต้องทำงานนอกบ้าน ความคิดเช่นนี้ต่างกับในประเทศทางตะวันตกซึ่งมักอยู่กันเป็นครอบครัวเล็กหาคนมาช่วยเลี้ยงลูกยาก ครั้นจะจ้างคนมาช่วยเลี้ยงลูก ค่าจ้างก็แพงมาก บางครั้งมากกว่ารายได้ที่คุณแม่ได้จากการทำงานเสียอีก จึงทำให้คุณแม่จำนวนไม่น้อยต้องลาออกจากงานมาเลี้ยงลูกให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยเพราะคุ้มกว่า ส่วนคุณพ่อก็ต้องช่วยรับหน้าที่ในการเลี้ยงลูกหลายอย่าง เช่นช่วยอาบน้ำลูก ซักผ้าอ้อม หรือบางทีช่วยให้นมลูกก็มี ฟังดูแล้วน่าตลกแต่เรื่องจริงครับ เพราะถ้าไม่ทำก็ไม่มีใครช่วยทำ
       สังคมไทยในปัจจุบันโดยเฉพาะในสังคมเมืองใหญ่ สถานการณ์เริ่มจะเหมือนกับสังคมตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ คือมักจะอยู่กันเป็นครอบครัวเล็ก และหาคนมาช่วยเลี้ยงลูกยากขึ้นทุกที ผมเลยอยากชวนคุณพ่อคุยกันถึงการเตรียมตัวที่จะเป็นคุณพ่อคนใหม่กันเพื่อที่ว่าเมื่อมีสมาชิกใหม่เกิดขึ้นจะได้ให้การดูแลได้อย่างราบรื่นและทำให้ครอบครัวเป็นสุข

เตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่อย่างไร ?
       ผมอยากแนะนำให้คุณพ่อเตรียมตัวเสียตั้งแต่คุณแม่ยังตั้งครรภ์อยู่เลยครับ ไม่ใช่มาเตรียมกันตอนคุณแม่คลอดลูกแล้วเพราะช้าเกินไป นอกจากนี้ตอนที่คุณแม่ตั้งครรภ์หรือกำลังจะคลอด ตัวคุณแม่เองก็ต้องการความช่วยเหลือและกำลังใจจากคุณพ่อไม่น้อยเลย  การดูแลคุณแม่ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ ขณะคลอด และหลังคลอดจึงเป็นสิ่งที่คุณพ่อควรจะได้ทำอย่างต่อเนื่อง ความรักและความผูกพันธ์ที่มีต่อกันและต่อลูกที่จะเกิดขึ้นมาก็จะมากตามไปด้วย

ดูแลคุณแม่ขณะตั้งครรภ์
       เมื่อมีการตั้งครรภ์คุณแม่ส่วนมากก็มักจะไปฝากครรภ์กับคุณหมอที่ตัวเองไว้วางใจ เพื่อให้คุณหมอช่วยดูแลสุขภาพของตัวเองและลูกน้อยในครรภ์ ผมขอเรียนให้ทราบว่าคุณหมอที่ดูแลคุณแม่ไม่สามารถช่วยดูแลอะไรได้มากมายนักหรอกครับ ส่วนมากก็จะเป็นการดูแลเกี่ยวกับเรื่องทางการแพทย์เสียมากกว่าและเวลาที่ให้กับคุณแม่แต่ละครั้งก็ไม่ได้มากมายอะไร ดังนั้นตัวคุณพ่อเองซึ่งมีเวลาอยู่กับคุณแม่มากกว่าจึงควรที่จะรับบทบาทในการดูแลคุณแม่อย่างเต็มที่
       มีเรื่องที่ผมอยากจะบอกให้คุณพ่อทราบเกี่ยวกับคุณแม่ก็คือ เมื่อมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น จะมีการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแม่มากมายทั้งเรื่องของร่างกายและอารมณ์ ในระยะแรกของการตั้งครรภ์คุณแม่จะเหนื่อยง่าย ง่วงนอนบ่อย ทานอาหารไม่ค่อยได้ คลื่นไส้ อาเจียน เมื่อการตั้งครรภ์ดำเนินต่อไปก็จะรู้สึกอึดอัด แน่นท้อง หายใจไม่ค่อยออก นอนลำบาก บางคนก็นอนไม่หลับ ปวดหลัง ปวดขาสารพัด ผลดังกล่าวนอกจากจะทรมานกายแล้ว ยังมีผลให้คุณแม่มีอารมณ์ไม่ดีได้ง่ายด้วย บางรายก็โกรธง่าย บางรายก็เศร้าซึม คุณพ่อควรจะต้องเข้าใจการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและช่วยเหลือดูแลให้กำลังใจคุณแม่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะด้วยการพูดจาให้กำลังใจ ช่วยเหลือทำงานบ้าน หาอาหารให้ทาน หรือช่วยบีบนวดแก้อาการปวดน่องปวดขา เป็นต้น
       เวลาไปฝากครรภ์กับคุณหมอ คุณพ่อควรจะเป็นคนที่พาคุณแม่ไปฝากครรภ์เพราะจะได้คอยให้กำลังใจคุณแม่เวลาไปฝากครรภ์ นอกจากนี้เวลาคุณหมอตรวจหรือแนะนำอะไรกับคุณแม่ คุณพ่อก็จะได้รับรู้ด้วยและถ้าหากมีปัญหาที่ต้องตัดสินใจ เช่นคุณหมออาจต้องทำการตรวจพิเศษบางอย่างกับคุณแม่ เช่น เจาะน้ำคร่ำ ตรวจเลือดจากสายสะดือลูก คุณพ่อจะได้ช่วยตัดสินใจและให้กำลังใจคุณแม่อย่างใกล้ชิด

ให้กำลังใจตอนคลอด
       ช่วงเวลาที่คุณแม่เจ็บครรภ์คลอด โดยเฉพาะถ้าเป็นการคลอดครั้งแรก คุณแม่ส่วนมากก็มักจะมีความรู้สึกต่างๆมากมายไม่ว่าจะเป็น ความรู้สึกกลัว วิตกกังวล ไม่มั่นใจและอีกสารพัดความรู้สึก การมีคุณพ่ออยู่ด้วยขณะเจ็บครรภ์และขณะคลอดจะเป็นการสร้างความมั่นใจและอบอุ่นใจที่ดีที่สุดของคุณแม่ เพราะการอยู่กับคนที่เรารักหรือรู้ใจย่อมดีกว่าคนแปลกหน้าอยู่แล้ว
       ในปัจจุบันโรงพยาบาลจำนวนไม่น้อยเริ่มให้คุณพ่ออยู่ร่วมกับคุณแม่ขณะคลอดด้วย แต่หลายโรงพยาบาลก็ยังไม่ยอมแม้จะยอมรับการที่คุณพ่ออยู่กับคุณแม่ขณะคลอดจะเป็นเรื่องดีก็ตาม ทั้งนี้ด้วยเหตุผลหลายประการ เช่นคุณพ่อบางคนพอเห็นเลือดก็อาจเป็นลมหน้ามืดได้กลายเป็นภาระให้หมอต้องมาดูแลพ่อแทนดูแลแม่ บางคนก็ไม่ยอมทำตามกฎเกณฑ์ที่ทางโรงพยาบาลสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันการติดเชื้อในห้องคลอด หรือบางคนก็ไปวุ่นวายให้ห้องคลอดหลายอย่างจนบุคลากรในห้องคลอดไม่ต้องทำงาน ดังนั้นก่อนจะเข้าไปในห้องคลอดคุณพ่อควรจะได้มีการเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมเสียก่อน ในโรงพยาบาลบางแห่งจัดให้มีการอบรมเพื่อการเตรียมตัวเป็นคุณพ่อก็มี

ช่วยเลี้ยงลูกภายหลังคลอด
       การเลี้ยงลูกหลังคลอดใหม่ๆ เป็นเรื่องหนักหนาสาหัสไม่น้อย จนคุณแม่หลายคนมาบ่นให้ผมฟังว่าตอนลูกอยู่ในท้องก็ว่าแย่แล้ว พอคลอดออกมายิ่งแย่หนักเข้าไปอีก อยากให้ลูกกลับเข้าไปอยู่ในท้องใหม่จังเลย เพราะตั้งแต่ออกมา พ่อแม่ไม่ได้หลับนอนเลย เนื่องจากเจ้าตัวน้อยตื่นนอน แหกปากร้อง และกินนมตอนดึกๆทุกคืน แต่เวลากลางวันที่ควรจะตื่นกลับนอนเอ้านอนเอาแถมหลับตาพริ้มให้น่าหมั่นไส้อีกต่างหาก ถ้าโตหน่อยก็น่าจะถองซะให้เจ็บ คุณแม่บางคนหลังคลอดแค่สัปดาห์เดียวก็ต้องอดนอนจนซูบซีดคล้ายผีดิบเคลื่อนที่เลยก็มี  บางคนเล่าให้ผมฟังว่าคลอดลูกแค่คนเดียวก็รู้สึกรักแม่ของตัวเองขึ้นอีกมากเลย เพราะแม่มีลูกตั้งหลายคนแต่ไม่เคยปริปากเล่าเรื่องความทุกข์ยากเวลาเลี้ยงลูกให้ฟังเลย มาเจอด้วยตัวเองถึงเข้าใจ
       ในช่วงหลังคลอดคุณพ่อควรจะเป็นผู้ช่วยแบ่งเบาภาระในการเลี้ยงลูกของคุณแม่ ไม่ว่าจะสลับกันนอนกับคุณแม่เพื่อให้นมลูก ช่วยคุณแม่ชงนม ล้างขวดนม หรือช่วยซักผ้าอ้อมเป็นต้น ในประเทศทางตะวันตกมีการนำคุณพ่อมาอบรมในเรื่องการดูแลลูกหลังคลอดมากมายหลายหลักสูตร เพื่อให้แน่ใจว่าคุณพ่อจะช่วยเลี้ยงดูลูกน้อยได้อย่างถูกวิธี บางโรงพยาบาลก็อบรมให้ฟรี บางโรงพยาบาลก็เก็บค่าอบรมมากน้อยแล้วแต่โรงพยาบาล
       ในประเทศไทยการอบรมดังกล่าวยังไม่แพร่หลายและยังไม่ได้รับความนิยม อาจจะเป็นเนื่องจากปัญหาทางวัฒนธรรมของประเทศไทยก็ได้ที่ผู้ชายยังไม่กล้าไปอบรมเรื่องที่ดูเหมือนเป็นงานของผู้หญิง ถ้าผู้ชายคนไหนไปเล่าให้เพื่อนฟังว่าไปอบรมวิธีชงนม หรือซักผ้าอ้อมลูกมา สงสัยว่าเพื่อนคงจะหาว่าไม่สบายหรือพิการทางจิตแหงเลย
  แต่ผมเชื่อว่าอีกไม่นานการอบรมดังกล่าวในประเทศไทยจะได้รับการยอมรับมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ในบ้านเราโดยเฉพาะในเมืองใหญ่นับวันจะเหมือนกับประเทศทางตะวันตกเข้าไปทุกทีแล้ว

บทสรุป
       การทำหน้าที่เป็นคุณพ่อคนใหม่เป็นบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าหน้าที่การงานอีกหลายอย่าง เพราะหน้าที่นี้คือการทำงานเพื่อสร้างคนและโดยเฉพาะเป็นคนที่จะมาเป็นตัวแทนของตัวคุณพ่อนั่นเองแหละครับ การที่คุณพ่อได้มีส่วนในการดูแลทั้งตัวคุณแม่ขณะตั้งครรภ์และลูกน้อยที่เพิ่งคลอดออกมา จะก่อให้เกิดความรักและความผูกพันธ์ที่คุณพ่อจะมีให้แก่คุณแม่และลูกน้อยไปอีกยาวนาน เพราะฉะนั้น ...... มาเตรียมตัวเป็นคุณพ่อคนใหม่กันเถิดครับ