อายุของแม่...กับการตั้งครรภ์

อายุของแม่...กับการตั้งครรภ์

รศ.นพ.วิทยา  ถิฐาพันธ์
ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

         จากการประกอบวิชาชีพเป็นสูติแพทย์มาเป็นเวลานาน ในระยะหลังๆ นี้ โดยเฉพาะในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ผมพบว่าอายุของคุณแม่ที่มาฝากครรภ์กับผม หรือฝากครรภ์กับคุณหมอท่านอื่นก็ตาม เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมค่อนข้างมาก กล่าวคือผมพบว่าคุณแม่สมัยนี้ถ้าไม่อายุน้อยไปเลยก็มักจะอายุมากไปเลย อายุที่พอเหมาะพอควรที่น่าจะตั้งท้อง กลับพบว่าไม่ยอมท้องกันซักที

อายุเท่าไรที่น่าจะท้อง?
         คงไม่ไม่มีใครกำหนดกฎเกณฑ์ได้ชัดเจนหรอกครับว่าตั้งท้องเมื่ออายุเท่าไรถึงจะดี แต่ถ้าลองคิดกันง่ายๆ ไม่ต้องใช้ทฤษฎีอะไรให้ปวดหัว ผมคิดว่าคุณแม่ก็คงจะเห็นด้วยกับผมนะครับว่าผู้หญิงทั้งหลายควรจะตั้งท้องกันขณะอายุประมาณซัก 20 - 30 ปี ทำไมหรือครับเหตุผลก็ง่ายๆ ครับ เพราะว่าอายุขนาดนี้จัดอยู่ในช่วงชีวิตที่ยังมีความแข็งแรงและสมบูรณ์ของร่างกายอยู่อย่างเต็มเปี่ยม เวลาตั้งท้องจึงมักมีปัญหาน้อยที่สุดทั้งต่อตัวแม่เองและต่อลูกในท้อง

อายุแม่เริ่มขนานเกณฑ์
         ในปัจจุบันคุณแม่ที่อายุน้อย เช่น อายุแค่ 14 - 15 ปีพบมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับคุณแม่ที่อายุมากกว่า 35 ปี ก็พบมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ทำไมคุณแม่จึงมีอายุขนานกับเกณฑ์ ไม่ยอมอยู่ในเกณฑ์ที่ควรจะเป็น ผมคิดว่าน่าสนใจ เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้เป็นเช่นนั้น

แม่อายุน้อย
          การตั้งท้องขณะอายุน้อยๆ หรือการตั้งท้องในช่วงวัยรุ่น ในต่างประเทศเรียกการตั้งครรภ์แบบนี้ว่า Teenage pregnancy   ตามความเป็นจริงแล้ววัยรุ่นควรเป็นวัยที่ยังศึกษาเล่าเรียน ไม่ใช่วัยที่ควรจะตั้งท้อง เมื่อเกิดท้องขึ้นมา ปัญหาจะตามมามากมายหลายประการ  เอาแค่ปัญหาทางร่างกายก็จาระนัยได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกิน ตัวแม่ที่เป็นเด็กหรือวัยรุ่นยังมีการเจริญเติบโตอยู่ เมื่อมีท้องก็ต้องแย่งอาหารกับลูก ทำให้ลูกในท้องอาจเจริญเติบโตได้ไม่ดี  เชิงกรานของแม่ที่เป็นเด็กมักจะยังเล็กอยู่และขยายขนาดได้ไม่ดีพอ ทำให้เสี่ยงต้องผ่าคลอดสูง
          ปัญหาที่กล่าวข้างต้นอาจไม่ค่อยสำคัญนัก แต่ปัญหาที่คนไม่ค่อยพูดถึงกันก็คือ แม่ที่เป็นเด็กจะเลี้ยงลูกกันอย่างไร? ใครที่เคยมีลูกแล้วคงพอจะซาบซึ้งแล้วนะครับว่าการเลี้ยงลูกแต่ละคน กว่าจะโตมันหนักหนาสาหัสแค่ไหน แม่ที่อายุน้อยลำพังแค่ตัวเองก็เอาไม่ค่อยจะรอดอยู่แล้ว ยิ่งมามีลูกจะทำยังไงกันดี ถ้าครอบครัวฐานะดีหน่อยก็พอจะหาคนช่วยได้ไม่ยาก แต่ถ้าฐานะไม่ค่อยดี (ซึ่งมักจะเจอแม่ในกลุ่มนี้เป็นส่วนมากซะด้วย) ปัญหาครอบครัวก็จะตามมา และมากขึ้นจนกลายเป็นปัญหาสังคมได้
          ทำไมแม่จึงท้องกันตั้งแต่อายุน้อยๆ  คำถามนี้ผมเชื่อว่าคุณผู้อ่านส่วนมากก็รู้พอๆกับผมนั่นแหละครับ สำหรับประสบการณ์ส่วนตัวของผม ผมพบว่าแม่ที่ตั้งท้องตั้งแต่อายุยังน้อยมักจะเป็นแม่ที่มีปัญหาในครอบครัวซะเป็นส่วนมาก  กล่าวคือได้รับการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ไม่ดี หรือถูกทอดทิ้ง เด็กกลุ่มนี้จึงมักจะมีเพื่อนเป็นหลักยึด นอกจากนี้ยังผสมกับสื่อโฆษณาต่างๆอีกมากมายที่ล้วนแล้วแต่ทำให้คนเราอยากร่วมเพศกันง่ายขึ้น ลองใจเย็นๆคิดดูซิครับ จะเห็นได้ว่าสื่อโฆษณาจำนนไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นโฆษณายาสระผสม เครื่องสำอาง เครื่องประทินผิว หรือแม้แต่ อาหารการกิน  โฆษณาเหล่านี้มักส่อไปในลักษณะที่ทำให้คนอยากจะรู้จักกันง่ายขึ้น สงวนตัวน้อยลง และลงท้ายก็ไม่พ้นการมีเพศสัมพันธ์  นอกจากโฆษณาแล้วสารพัดภาพยนตร์ทั้งจากในและต่างประเทศก็มีลักษณะของการมีเพศสัมพันธ์ให้เด็กเห็นกันจนถือเป็นเรื่องธรรมดา การมีเพศสัมพันธ์ของคนสมัยก่อนถือเป็นเรื่องสำคัญในชีวิต ผู้หญิงจะยอมมีเพศสัมพันธ์ก็เฉพาะกับคนรัก คนที่จะแต่งงานด้วย บางคนต่อให้รักอย่างไรถ้ายังไม่แต่งงานก็ยังไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์   การมีเพศสัมพันธ์จึงเป็นเรื่องของ “การเสียตัว” หรือเปลี่ยนชีวิตเลยทีเดียว แต่ในปัจจุบันคนเราคบกันง่าย ไม่ต้องใช้เวลาคบหาดูใจกันนานก็มีเพศสัมพันธ์กันแล้ว    มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าการมีเพศสัมพันธ์กับใครก็เหมือนกับการกินข้าวซักมื้อนึงเท่านั้นไม่เห็นจะต้องจริงจังอะไร ที่สำคัญอีกอย่างก็คือเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นมักจะไม่มีการป้องกันที่ดี เลยทำให้ท้องได้ง่าย
          ผมเชื่อว่าปัญหาเรื่องนี้กำลังลงรากลึกและจะแก้ยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าสังคมยังไม่ตะหนัก ต่อไปเราคงต้องมีสถานที่ดูแลแม่ท้องที่เป็นวัยรุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน และใครจะเป็นผู้ดูแล หมอสูติอย่างพวกผมคงดูแลไม่ไหว และผมยังไม่แน่ใจว่าอาชีพของหมอสูติอาจต้องเปลี่ยนไปหรือเปล่าก็ไม่รู้  อาจจะต้องไปเยี่ยมบ้านซึ่งเป็นที่ดูแลคุณแม่เด็กๆ มากขึ้น หรือต้องไปศึกษาเกี่ยวกับชีวิตและวิธีคิดของวัยรุ่นสมัยนี้มากขึ้นก็ได้นะครับ
  
แม่อายุมาก
          แม่ที่อายุมาก โดยเฉพาะถ้าอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป มักจะ เสี่ยงต่อปัญหาแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ให้หมอได้ปวดหัวได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงขณะตั้งท้อง  หรือเวลาคลอดก็อาจตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ดี  สำหรับตัวลูกก็อาจเสี่ยงที่จะเป็นเด็กปัญญาอ่อนได้มากกว่าลูกของแม่ที่อายุน้อยกว่า  เปรียบไปแล้วคุณแม่ที่อายุมากก็เหมือนกับรถยนต์ที่เครื่องยนต์เก่าแล้ว ทำให้เครื่องยนต์ หรือส่วนประกอบต่างๆ เสียได้ง่าย หรือทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ 
 สาเหตุของแม่ท้องเมื่ออายุมาก ความจริงตอบไม่ยากครับ ส่วนมากก็เพราะแต่งงานช้านั่นแหละ  ที่แต่งงานเร็วแล้วมามีลูกตอนแก่มีไม่มากหรอกครับ  คำถามก็คือแล้วทำไมแต่งงานช้าเล่า  คำตอบมีไม่กี่ประเด็นหรอกครับ ....การศึกษาที่สูงขึ้น หน้าที่การงานที่วุ่นวาย ไม่มีเวลาว่าง รับผิดชอบสูง แค่ทำงานก็เหนื่อยจะขาดใจ แถมเวลาก็ไม่ค่อยมีแล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปพบปะผู้คนที่จะมาเป็นคู่ชีวิต  บางคนก็บอกผมว่าที่พูดมาทั้งหมดไม่จริงหรอก แต่ที่ไม่แต่งงานเพราะหาผู้ชายมาขอยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าผู้ชายหายไปไหนหมด  และที่น่าเจ็บใจก็คือผู้ชายที่พอจะมีก็ดันไปชอบผู้ชายด้วยกันเองมากกว่าที่จะชอบเรา เฮ้อ..แค่ฟังก็เหนื่อยแทน  ผมอิจฉาผู้ชายสมัยนี้จังเลยครับ
          กลับมาพูดเรื่องตั้งท้องตอนแก่ใหม่ดีกว่า ว่าถ้าท้องตอนนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง  คำตอบก็คือ ปัญหาจากการตั้งท้องเองก็ไม่หนักหนาอะไรเกินกว่าที่หมอจะดูแลได้ แต่ปัญหาน่าจะเป็นเรื่องของอาชีพการงานที่คุณแม่ต้องทำมากกว่า  คุณแม่พวกนี้มักจะหาเวลาว่างยาก  การดูแลคุณแม่พวกนี้จึงน่าจะมากกว่าแค่ตรวจท้องหรือให้ยาบำรุงคุณแม่ไปรับประทานเท่านั้น แต่น่าจะมีกิจกรรมอื่นๆ ขณะตั้งครรภ์เพื่อช่วยให้คุณแม่ได้มีโอกาสออกกำลังกาย ร่วมกิจกรรมบันเทิงเพื่อคลายเครียด หรือได้รับความรู้เพื่อให้การตั้งท้องและการคลอดดำเนินไปอย่างราบรื่น ผมอยากรณรงค์ให้หน่วยงานของทั้งภาครัฐและเอกชนของบ้านเราให้ความสนใจดูแลคุณแม่ท้องในที่ทำงานให้มากขึ้น เปิดโอกาสให้คุณแม่มีช่วงพักผ่อนขณะทำงานมากขึ้น  มีโอกาสเลี้ยงลูกด้วยนมแม่หลังคลอดมากขึ้น   เหมือนกับในประเทศทางตะวันตก

สุดท้าย
          ผมคิดว่าคนเราควรจะทำกิจกรรมแต่ละอย่างในแต่ละวัยให้เหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ เช่น เรียนหนังสือเมื่อเป็นวัยรุ่น ทำงานเมื่อเป็นผู้ใหญ่ ตั้งครรภ์เมื่ออยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์ การทำอะไรที่ผิดช่วงเวลาที่เหมาะสมมักก่อปัญหา อาจจะเป็นปัญหาของตัวเองเท่านั้น หรือปัญหาที่กระทบต่อคนอื่น หรือลุกลามจนถึงระดับสังคม
 ถึงเวลาหรือยังครับที่สังคมไทยต้องช่วยกันแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นกันอย่างจริงจัง ก่อนที่จะปัญหาต่างๆจากการตั้งครรภ์ในวัยนี้จะลุกลามจนแก้ไม่ได้เหมือนหลายๆ ปัญหาที่เรื้อรังในบ้านเรา มีใครบ้างหรือยังที่คิดจะให้การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ที่อายุมาก หรือคุณแม่ที่ทำงานอย่างจริงจังเสียที ผมว่าถึงเวลาแล้วครับที่จะต้องมีกฎหมายเกี่ยวกับการดูแลและคุ้มครองแม่ตั้งครรภ์ทั้งที่เป็นวัยรุ่นและแม่ที่อายุมากอย่างเหมาะสมและจริงจังกันเสียที