การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ในอนาคต ตอนที่ 2

 การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ในอนาคต ตอนที่ 2

รศ.นพ.วิทยา  ถิฐาพันธ์
ภาควิชาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ผู้ป่วยหรือคุณแม่
          ในปัจจุบันคุณแม่ที่ตั้งครรภ์มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองมากขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นมาจากการที่มีการศึกษาสูงขึ้น ประกอบกับมีแหล่งให้ความรู้จากสื่อต่างๆ มากมาย ผมเชื่อว่าในอนาคตจะยิ่งมีคุณแม่ที่มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตัวเองมากยิ่งขึ้นไปอีก  อย่างไรก็ตามผมมีข้อสังเกตที่อยากจะเรียนให้ทราบว่า ความรู้ที่คุณแม่ได้รับจากแหล่งต่างๆ นั้น ไม่แน่ว่าจะเป็นความรู้ที่ถูกต้องเสมอไป ความรู้จากหลายแหล่งแฝงโฆษณาเกินจริง ความรู้บางอย่างได้มาจากการคัดลอกสื่อจากต่างประเทศซึ่งใช้ไม่ได้จริงในบ้านเรา
          เนื่องจากการฝากครรภ์และคลอดในโรงพยาบาลเอกชนเสียค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง การเรียกร้องและความคาดหวังในบริการก็ย่อมจะสูงตามไปด้วย ถ้าผลออกมาไม่พึงประสงค์การฟ้องร้องก็จะตามมา มั่นใจได้เลยว่าหมอสูติจะถูกฟ้องร้องอีกเรื่อยๆ เพราะปัญหาและภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์คลอดมีมากมาย ต่อให้ดูแลดีอย่างไรก็ป้องกันไม่ได้ทั้งหมดหรอกครับ 
          ความสัมพันธ์ของหมอกับคนไข้ในลักษณะช่วยเหลือและเคารพศรัทธาน่าจะน้อยลงไปเรื่อยๆ และถ้าคุณแม่จะเลือกไปฝากครรภ์หรือคลอดกับหมอคนไหนก็จะเหมือนกับการเลือกไปเที่ยวกับบริษัททัวร์อะไรซักบริษัทหนึ่งเท่านั้น
          ในปัจจุบันวิทยาการทางด้านการแพทย์เจริญไปมาก โดยเฉพาะการผ่าตัดคลอดเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมาก หมอสูติส่วนมากผ่าตัดคลอดเสร็จในเวลาประเดี๋ยวเดียว ผลข้างเคียงก็ค่อนข้างน้อย
          แม้จะยังมีรายงานว่าเยอะกว่าคลอดทางช่องคลอดก็ตาม) คนสมัยนี้ไม่ค่อยอยากเจ็บท้องคลอดหรอกครับเพราะอดทนเจ็บท้องสู้คนสมัยก่อนไม่ได้  แถมผ่าตัดคลอดก็ง่ายด้วย ผมเชื่อว่าต่อให้พูดอย่างไรก็เถอะ คุณแม่ก็จะร้องขอให้ผ่าตัดคลอดอยู่นั่นแหละ บางรายถามตั้งแต่มาฝากครรภ์เลยด้วยซ้ำว่าจะผ่าคลอดให้หรือไม่ ถ้าไม่ผ่าก็ไม่ฝาก ดังนั้นเชื่อได้เลยว่าการผ่าตัดคลอดจะไม่ลดลงและจะเพิ่มอีกขึ้นด้วยโดยเฉพาะในโรงพยาบาลเอกชน เพราะการผ่าตัดคลอดจะสมประโยชน์กันทุกฝ่ายทั้งโรงพยาบาล หมอ และคนไข้ ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องเงินอย่างเดียวหรอกครับ ยังมีเรื่องเวลา ความเครียดขณะเฝ้าคลอด และความสะดวกอื่นๆ อีกมากมายหลายประการที่มีผลทำให้ต้องผ่าตัดคลอด ซึ่งผมไม่อยากจะแจงในรายละเอียด

สุดท้าย
          ผมอยากสรุปความเห็นและการคาดเดาของผมอีกครั้งว่า การดูแลคุณแม่ตั้งครรภ์ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลงระบบบริการแยกจากกันเป็นระบบอนาถาและระบบเอกชนอย่างชัดเจน ค่ารักษาพยาบาลจะแพงขึ้น ความคาดหวังในการดูแลรักษาจะมากขึ้น และการฟ้องร้องจะมากขึ้นตามไปด้วย หมอจะมีความเอื้ออาทรและทุ่มเทช่วยเหลือผู้ป่วยน้อยลง การทำงานจะเป็นลักษณะของการทำงานตามหน้าที่ตามผลประโยชน์ที่พึงได้  
          สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้น ส่วนมากเกิดขึ้นแล้วในสหรัฐอเมริกาและในยุโรปตั้งแต่ 10 - 20 ปีมาแล้ว  ลองมาช่วยกันยับยั้งไม่ให้เกิดในบ้านเราจะดีไหมครับ