โอ้โห ! นี่หรือคือปรสิตที่พบในแหล่งน้ำ

โอ้โห ! นี่หรือคือปรสิตที่พบในแหล่งน้ำ

รศ.พญ.ดาราวรรณ วนะชิวนาวิน
ภาควิชาปรสิตวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            โรคที่ติดต่อผ่านทางน้ำดื่มน้ำใช้ในแต่ละปทําให้เกิดการเจ็บป่วยจํานวนมาก นั่นเพราะเกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อปรสิต โดยเฉพาะโปรโตซัวซึ่งเป็นปรสิตเซลล์เดียว โปรโตซัวหลายชนิดสามารถติดต่อผ่านทางน้ำได ทั้งนี้ปรสิตระยะติดต่อจะมีความทนทานได้ดีต่อสิ่งแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม กระบวนการทําน้ำประปานั้นสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสด้วยคลอรีน สําหรับเชื้อปรสิต   ต้องใช้คลอรีนที่มีความเข้มข้นสูงกว่ามาก เชื้อปรสิตเหล่านี้ตายได้ง่ายที่อุณหภูมิสูงกว่า 60 องศาเซลเซียส ดังนั้นวิธีการต้มน้ำให้เดือดสําหรับดื่มภายในบ้าน จึงเป็นวิธีที่ง่ายและราคาถูก

โปรโตซัวที่ติดต่อผ่านทางน้ำที่พบบ่อย ได้แก่
1. Entamoeba histolytica หรือเชื้อบิดชนิดมีตัว
            เชื้อบิดชนิดมีตัวนี้อาศัยในลำไส้ใหญ่ (เชื้อบิดชนิดไม่มีตัวเป็นเชื้อแบคทีเรีย) ทำให้เกิด “โรคบิดอะมีบาในลำไส้” หรือ “โรคบิดมีตัว” ในระยะเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดท้อง ปวดเบ่ง ถ่ายอุจจาระเหลวมีมูกปนเลือดและกลิ่นเหม็นเน่า บางครั้งเชื้อบิดอาจทำให้เกิดโรคบิดอะมีบานอกลำไส้ที่อวัยวะต่าง ๆ เช่น ตับ ปอด สมอง เป็นต้น เชื้อบิดอาจทำลายผนังลำไส้ทำให้เกิดการอักเสบในช่องท้องได้ด้วย
การติดต่อ โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีซีสต์ระยะติดต่อปนเปื้อน ซึ่งเชื้อระยะซีสต์ นี้ไม่ถูกทำลายด้วยกระบวนการทำน้ำประปา
การป้องกัน  การรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด  ดื่มน้ำที่กรองแล้วหรือต้มให้เดือดจะช่วย ป้องกันการติดเชื้อได ถ่ายอุจจาระให้ถูกสุขลักษณะ กําจัดอุจจาระตามหลักสุขาภิบาล  และการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี

2. Giardia lamblia 
            ปรสิตชนิดนี้อาศัยที่ลําไส้เล็ก ก่อให้เกิดโรคอุจจาระร่วง ผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสีย ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำ ปวดท้อง ท้องอืด แน่นท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้  อาเจียน และในระยะเรื้อรังผู้ป่วยจะมีอาการท้องเสียเรื้อรัง  ถ่ายเหลวเป็นน้ำ มีไขมันปนมูก
การติดต่อ โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีซีสต์ระยะติดต่อปนเปื้อน เชื้อระยะซีสต์ไม่ถูกทำลายด้วยกระบวนการการทำน้ำประปา
การป้องกัน การรับประทาน อาหารที่ปรุงสุกและสะอาด ดื่มน้ำที่กรองแล้วหรือต้มให้เดือดจะช่วยป้องกันการติดเชื้อไดรวมทั้งถ่ายอุจจาระให้ถูกสุขลักษณะ กําจัดอุจจาระตามหลักสุขาภิบาล

3. Cryptosporidium parvum
            ปรสิตชนิดนี้เป็นโปรโตซัวอาศัยที่ลำไส้ เชื้อระยะ oocyst มีรูปร่างกลม ผนังหนา ภายในประกอบด้วยเซลล์รูปร่างคล้ายพระจันทร์เสี้ยว จำนวน 4 เซลล์
การติดต่อ เชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยการดื่มน้ำหรือรับประทานอาหารที่มีเชื้อระยะ oocyst ปนเปื้อน ทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วง ถ่ายเป็นน้ำ การติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติอาการท้องเสียอาจหายได้เอง ส่วนการติดเชื้อในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะทำให้เกิดโรคอุจจาระร่วงเรื้อรังร่วมกับอาการคลื่นไส้ อาเจียน เบื่ออาหาร และน้ำหนักลดอย่างมาก
การป้องกัน ควรดื่มน้ำที่ต้มเดือดหรือผ่านการกรองแล้ว และรับประทานอาหารที่สุกและสะอาด

4. Naegleria fowleri
            ปรสิตชนิดนี้เป็นโปรโตซัวที่ดำรงชีวิตเป็นอิสระอาศัยตามดิน โคลนเลน และแหล่งน้ำ ยกเว้นน้ำกร่อยและน้ำทะเล ปรสิตเข้าสู่ร่างกายโดยการสำลักน้ำเข้าทางจมูก ก่อให้เกิดโรคสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีสุขภาพแข็งแรง และมักมีกิจกรรมเกี่ยวข้องกับน้ำ เช่น การว่ายน้ำ เล่นกีฬาทางน้ำ เป็นต้น ผู้ป่วยมีประวัติการสำลักน้ำทางจมูกก่อนเกิดอาการ 3-7 วัน คัดจมูก เจ็บคอ การได้กลิ่นเสียไป ปวดศีรษะอย่างรุนแรง มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน คอแข็ง หลังแข็ง สับสน ชัก ไม่รู้สึกตัว และมักเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห์
การติดต่อ ปรสิตเข้าสู่ร่างกายโดยการสำลักน้ำทางจมูก
การป้องกัน โดยหลีกเลี่ยงการว่ายน้ำหรือเล่นน้ำในแหล่งน้ำขัง หรือน้ำจากโรงงานอุตสาหกรรมและระวังการสำลักน้ำ

5. Acanthamoeba spp
            ปรสิตชนิดนี้เป็นโปรโตซัวที่ดำรงชีวิตเป็นอิสระในธรรมชาติตามแหล่งน้ำ ดิน โคลนเลน เชื้อเคลื่อนที่ช้าๆ ด้วยเท้าเทียมที่มีลักษณะคล้ายหนาม ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมจะเปลี่ยนรูปร่างเป็นระยะซีสต์ที่มีรูปร่างค่อนข้างกลมและผนังหนา การติดเชื้อที่ตามักจะพบในผู้ที่ใช้คอนแทกเลนส์ทําให้เกิดแผลที่กระจกตา ตาแดง เคืองตา ตามัว กลัวแสง และปวดตาอย่างมาก การติดเชื้อที่สมอง ทําให้เกิดโรคสมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ มักพบในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยจะมีอาการคล้ายอาการของโรคฝหรือเนื้องอกในสมอง เช่น อาการแขนหรือขาอ่อนแรง เป็นต้น
การติดต่อ ปรสิตเข้าสู่ร่างกายทางแผลที่กระจกตาหรือที่ผิวหนัง และการหายใจ เชื้อที่เข้าสู่กระแสเลือดจะทำให้เกิดการติดเชื้อที่อวัยวะอื่นๆ เช่น สมอง กระดูก เป็นต้น
การป้องกัน ผู้ใช้คอนแทกเลนส์ควรทำความสะอาดเลนส์ด้วยน้ำยาที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคแล้ว และไม่ควรใส่คอนแทกเลนส์ในขณะว่ายน้ำหรือใส่ขณะนอนหลับ

สรุป

            ปรสิตที่พบในแหล่งน้ำ แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ คือ โปรโตซัวที่ก่อโรคในระบบทางเดินอาหาร และโปรโตซัวที่อาศัยเป็นอิสระในธรรมชาติแต่สามารถก่อโรคในคนได้ การป้องกันการติดต่อจากปรสิตที่อาศัยในลำไส้ ทำได้โดยการรับประทานอาหารที่ปรุงสุกและสะอาด หรือดื่มน้ำที่ต้มเดือดหรือผ่านการการกรอง ส่วนการป้องกันการติดต่อจากปรสิตที่ดำรงชีวิตเป็นอิสระในธรรมชาติ สามารถทำได้โดยการระวังการสำลักน้ำทางจมูก ผู้ที่มีแผลที่ผิวหนังไม่ควรเดินลุยในแหล่งน้ำขัง และผู้ที่ใส่คอนแทคเลนสควรใช้น้ำยาที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว  ในการทําความสะอาดคอนแทคเลนส์ค่ะ