โรคเป็นสาวก่อนวัย ตอนที่ 2

โรคเป็นสาวก่อนวัย ตอนที่ 1


    รศ.พญ.สุภาวดี ลิขิตมาศกุล
หัวหน้าสาขาต่อมไร้ท่อและเมตาบอลิสม
ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


 - กลุ่มเป็นสาวก่อนวัยโดยไม่มีสาเหตุ
            พบว่าทุก 20 ปี มนุษย์จะมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วขึ้น  หกเดือนถึงหนึ่งปีของอายุเกณฑ์เดิม  ปัจจุบันเด็กผู้หญิงเริ่มเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 8 ขวบ ในขณะที่เด็กชายเริ่มที่อายุ 9 ขวบ  ซึ่งส่วนใหญ่จะสัมพันธ์กับเรื่องของภาวะโภชนาการเกินหรือความอ้วน  เพราะพบว่าเด็กที่มีร่างกายอ้วนมักจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วกว่าเด็กที่ผอม การอ้วนเกิน ค่ามาตรฐานซึ่งถือว่าเป็นโรคอ้วนรุนแรง  กลับจะส่งผลในทางกลับกัน คือทำให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้า หรือเริ่มเร็วและมีปัญหาเรื่องการมีประจำเดือนผิดปกติ ได้มีการสำรวจในเด็กที่เล่นยิมนาสติกและเป็นนักบัลเลย์ ซึ่งต้องควบคุมรูปร่างให้ผอม จะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้ากว่าคนในวัยเดียวกัน  แต่เด็กที่ผอมมากจนมีน้ำหนักตัวต่ำกว่า 25% ของน้ำหนักมาตรฐานของอายุ  ก็ถือว่าเป็นโรคซึ่งจะส่งผลให้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ช้าเกินไปเช่นกัน
            เมื่อความอ้วนเป็นข้อสังเกตหนึ่ง อีกข้อสันนิษฐานที่ตามมาก็คือ  ระดับคอเลสเทอรอลในร่างกายอาจเชื่อมโยงกับโรคเป็นสาวก่อนวัยได้ สารเริ่มต้นของการสร้างฮอร์โมนเพศคือ คอเลสเทอรอลและเด็กรุ่นใหม่มีระดับคอเลสเทอรอลในเลือดมากกว่าคนสมัยก่อนมาก  การตรวจเจาะระดับคอเลสเทอรอลเฉลี่ยของเด็กวัยเรียนเมื่อ 30-40 ปีก่อนจะพบค่าที่ประมาณ 100-130 mg% แต่เมื่อสิบปีที่ผ่านมาพบว่าคอเลสเทอรอลในเลือดเด็กวัยเดียวกันสูงถึง 150-170 mg% และในปัจจุบันเด็กบางคนมีค่าคอเลสเทอรอล สูงเกิน 200 mg% เพราะฉะนั้นอาจเป็นไปได้ว่า  เมื่อสารตัวนี้เพิ่มมากขึ้นก็เหมือนมีวัตถุดิบมากขึ้น  ทำให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนได้มากพอที่ร่างกายจะนำไปใช้งานได้  จึงก้าวเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว  ซึ่งถ้าเทียบกับคนสมัยก่อน การสะสมฮอร์โมนอาจเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป จนพร้อมจึงก้าวเข้าสู่วัยรุ่นเจริญพันธุ์ อาจเป็นสาเหตุหนึ่งของเด็กที่มีภาวะโภชนาการเกินหรือเด็กที่สมบูรณ์เร็ว ก็จะเป็นหนุ่มสาวได้เร็วขึ้นตามไปด้วย
            จากข้อสันนิษฐานดังกล่าวอาจจะอธิบายเรื่องของอาหาร เช่น ไก่ ซึ่งเป็นประเด็นถกเถียงกันว่ามีการฉีดฮอร์โมนเร่งมากจนส่งผลมาถึงคนได้ว่า ในอดีต ไก่ที่เรากินเป็นไก่บ้าน เนื้อของไก่ส่วนใหญ่เป็นกล้ามเนื้อมากกว่าไขมัน  แต่ในปัจจุบันเรามีไก่บ้านน้อยลง เหลือเพียงไกเลี้ยง ซึ่งถูกขุนให้อ้วนด้วยหัวอาหาร ทำให้มีปริมาณไขมันในเนื้อสูง เมื่อเด็กกินไก่จึงส่งผลให้เด็กมีไขมันและคอเลสเทอรอลในร่างกายมาก ซึ่งอาจส่งผลต่อภาวการณ์เป็นสาวก่อนวัยดังที่ตั้งข้อสันนิษฐานไว้  ทั้งนี้เคยมีผู้ป่วยโรคนี้ที่มีรูปร่างอยู่ในเกณฑ์ท้วมอ้วน เมื่อตรวจดูคอเลสเทอรอลพบว่ามีเกณฑ์สูงกว่าเกณฑ์ปกติ (เกณฑ์ปกติคือ เด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี คอเลสเทอรอลไม่ควรเกิน 170 mg%) ซึ่งผู้ป่วยเหล่านี้หลายรายชอบกินไก่เป็นประจำ และจากการแนะนำให้เด็กควบคุมสัดส่วนอาหารโดยการลดอาหารที่มีไขมันสูง พบว่าในบางรายสามารถชะงักภาวะการเจริญเติบโตก่อนวัยให้ช้าลงได้

แนวทางการรักษา
            เมื่อนำบุตรหลานของท่านเข้าพบแพทย์ แพทย์จะเริ่มวินิจฉัยจากการเอ็กซ์เรย์กระดูกก่อนว่า มีโครงสร้างกระดูกล้ำหน้าหรือไม่ หากมี แพทย์ก็จะอัลตราซาวนด์มดลูก รังไข่หรือวัดอัณฑะและอวัยวะเพศของเด็กว่ามีขนาดเปลี่ยนแปลงเหมือนกับได้รับฮอร์โมนเพศกระตุ้นหรือไม่  หากเป็นเช่นนั้น แพทย์ก็จะ เอ็กซ์เรย์สมองเพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งอาจมาจากความผิดปกติของสมองดังที่กล่าวไว้ข้างต้น  ซึ่งถ้าหากตรวจพบต้องทำการรักษา  หรือหากเด็กมีประวัติได้รับฮอร์โมนเพศก็ต้องสั่งระงับยานั้น  หากกรณีที่ตรวจไม่พบสาเหตุ  การรักษาจะทำได้เพียงการฉีดยาชะลอการเป็นสาว  เพื่อรักษาให้เด็กสามารถเจริญเติบโตตามโครงสร้างที่ควรจะเป็น  และลดความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น มะเร็งเต้านมที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต รวมไปถึงเรื่องของสภาพจิตใจของเด็กที่อาจยังไม่พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวด้วย 
            ยาที่ใช้ฉีดเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ขึ้น ชื่อ GnRH-agonist โดยจะฉีดเข้ากล้ามเนื้อเดือนละหนึ่งครั้ง ฮอร์โมนชนิดนี้จะยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง มีผลทำให้ฮอร์โมนเพศจากรังไข่ลดลง ซึ่งยาชนิดนี้จำเป็นต้องฉีดติดต่อกันไปจนอายุประมาณ 10-12 ปี และเมื่อหยุดฉีดเด็กจะเริ่มเป็นสาวภายใน 3-6 เดือน ทั้งนี้พบว่าการใช้ยาจะได้ผลก็ต่อเมื่อเด็กยังไม่มีประจำเดือน และควรรักษาก่อน 8 ขวบจะได้ผลดีที่สุด   ท้ายสุดที่อยากแนะนำคือ การจัดสัดส่วนอาหารให้เด็กรับประทานอย่างเหมาะสม ไม่กินของที่มีไขมันมากเกินไป มีการควบคุมอัตราการเพิ่มของน้ำหนักและความสูงควรให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตามวัย  เพราะเด็กอ้วนจะเสี่ยงต่อการเกิดโรคนี้มาก  โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง ถือเป็นปัญหาทางร่างกายซึ่งสามารถควบคุมปัจจัยจากภายนอกได้  ในส่วนด้านจิตใจของเด็กการอบรมเลี้ยงดูบุตรมีผลต่ออุปนิสัยเด็กอย่างแน่นอน และสื่อในปัจจุบันนี้ ยังมีผลกระทบต่อเด็กแต่ถ้าผู้ปกครองซึ่งเป็นต้นแบบที่ดี เฝ้าอบรมบุตรหลานและดูแลอย่างใกล้ชิด ก็เสมือนเป็นเกราะป้องกันภัยให้แก่เด็กเป็นอย่างดี