อันตรายจากเชื้อแอนแทร็กซ์

อันตรายจากเชื้อแอนแทร็กซ์

อ.นพ.อนุวัตร  กีระสุนทรพงษ์
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ถาม. เชื้อโรคแอนแทร็กซ์ เกิดขึ้นได้อย่างไร
ตอบ. เชื้อแอนแทร็กซ์ปกติแล้วเป็นเชื้อแบคทีเรีย ถ้าย้อมสีมันจะติดสีที่ทางด้านวิชาการ จะเรียกว่า สีแกรมบวก ซึ่งมีสีน้ำเงิน ลักษณะรูปเชื้อจะเป็นเชื้อรูปแท่งปกติอยู่ในดิน โดยเฉพาะในสภาวะที่ไม่เหมาะสมหรือแห้งแล้ง เชื้อตัวนี้มีลักษณะเป็น สปอร์หรือกระเปราะ ซึ่งปรกติกระเปราะหรือสปอร์จะมีความทนทานที่จะอยู่ในสภาพแวดล้อมหรือในดิน ซึ่งมีการศึกษาว่าสามารถอยู่ได้เป็น 10 ปี โดยปกติเชื้อนี้จะก่อโรคในสัตว์ ชาวบ้านจะเรียกว่า โรคกาลี ซึ่งสัตว์ที่เป็นโรคนี้มักจะเป็นสัตว์กลุ่มที่กินพืช, หญ้า เป็นอาหาร โค กระบือ แพะ แกะ ซึ่งสัตว์ที่ติดโรคนี้จะมีอาการ คือ เลือดออกตามรูทวารต่าง ๆ เช่น จมูก ปาก ทวารหนัก จะตายในเวลาอันรวดเร็ว อย่างที่ได้เรียนแล้วว่า เชื้อนี้ก่อโรคในสัตว์ แต่ก็สามารถแพร่เชื้อได้ในคน ซึ่งก็มีหลายวิธีด้วยกัน

ถาม. ทำไมจึงพบการระบาดของเชื้อนี้ในสัตว์เป็นจำนวนมาก
ตอบ. อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าเชื้อนี้จะอยู่ในดิน ก็อาจจะปนเบื้อนเข้ามากับหญ้าหรืออาการต่าง ๆ ที่อยู่ในดินแล้ว สัตว์กินจึงทำให้ก่อให้เกิดโรคในสัตว์ โดยปกติแล้วเมื่อสัตว์เป็นโรคก็ตาย ซึ่งเมื่อตายบางครั้งชาวบ้านไม่รู้ว่าตายเพราะอะไร จึงมีการชำแหละเนื้อ เอาเนื้อไปขายหรือนำไปรับประทาน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เชื้อนี้ถ่ายทอดจากสัตว์มาสู่คนได้

ถาม. วิธีการสังเกตลักษณะผิดปกติ
ตอบ. อย่างที่กล่าวข้างต้นนะครับว่าสัตว์จะมีลักษณะอาการเลือดออกทางรูทวารต่าง ๆ ภายในระยะเวลาอันค่อนข้างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าสัตว์นั้นอาจจะติดเชื้อจากเชื้อแอนแทร็กซ์ ซึ่งสำคัญมากเพราะ เมื่อสัตว์เป็นแล้วตายไป แล้วเชื้อจะลงดิน สัตว์ที่อยู่ใกล้เคียงหรือเลี้ยงด้วยกันก็สามารถแพร่กระจายออกไปได้เรื่อย ๆ

ถาม. อุบัติการการเกิดโรคนี้มากน้อยเพียงใด
ตอบ.
จากการรายงานของกรมควบคุมโรคติดต่อของกระทรวงสาธารณสุขทั้งปี 2543 มีผู้ป่วยทั้งสิน 56 ราย ตั้งแต่เดือนมกราคม 2544 ยังไม่มีรายงาน

ถาม. การติดต่อระยะสัตว์สู่คนได้ทางใดบ้าง
ตอบ. การติดต่อจากสัตว์สู่คนสามารถติดต่อได้ 3 ทางด้วยกัน คือ
         1. ทางผิวหนัง ส่วนมากได้รับเชื้อโดยที่ผู้ป่วยได้ชำแหนะเนื้อสัตว์หรือสัมผัสกับหนังหรือขนของสัตว์ที่เป็นโรคนี้ โดยไม่ทราบว่าสัตว์ตายเพราะโรคนี้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีแผลทำให้เชื้อนี้เข้าสู่ร่างกายได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเริ่มมีอาการคันและจะมีตุ่มน้ำใส ๆๆอยู่รอบ ๆ เกิดขึ้น จากนั้นอีก 2-3 วัน ตุ่มเหล่านี้จะแตกออกและเป็นแผล และทำให้สังเกตว่าแผลที่เกิดจากโรคแอนแทร็กซ์จะไม่เจ็บ และลักษณะแผลจะคล้ายกับรอยแผลที่ถูกบุหรี่
         2. การกิน โดยผู้ป่วยกินสัตว์ที่เป็นโรคนี้ ชอบรับประทานอาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือไม่ได้รับการปรุงอาหารที่ถูกสุขลักษณะ อาการส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะมีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย บางครั้งอาจถ่ายมีมูกปนเลือดได้ เหตุที่ผู้ป่วยถ่ายเป็นมูกปนเลือด เนื่องจากเชื้อก่อให้เกิดแผล ที่ลำไส้เล็กส่วนปลาย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เชื้อชอบไปอยู่ หรืออาจจะมีการเจ็บคอ คอบวม กลืนอาหารลำบาก เนื่องจากมีแผลในบริเวณคอ คอหอย รวมถึงบริเวณกระเพาะอาหารได้
         3. การหายใจ ซึ่งเกิดจากการหายใจเอาสปอร์หรือกระเปราะของเชื้อเข้าไป ซึ่งสปอร์นี้สามารถอยู่ในดินได้ถึง 10 ปีขึ้นไป การติดต่อทางนี้ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับผู้ที่ทำงานโรงงานหนังสัตว์ ซึ่งตัวสปอร์นี้สามารถติดไปกับตัวสัตว์ ขนสัตว์ หรือหนังสัตว์ได้ หรือโรงงานที่ทำปุ๋ย ทำปุ่ยจากกระดูกป่นของสัตว์ที่ติดเชื้อมาก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดการติดต่อทางลมหายใจ ผู้ป่วยจะมีอาการไอ หายใจขัด หายใจลำบาก หรือมีอาการอย่างเฉียบพลันเลยก็ได้ อาจจะถึงช็อกและตายได้ อาการของผู้ป่วยจะขึ้นอยู่กับว่าได้รับเชื้อทางใด


ถาม. อันตรายจากโรคนี้มากน้อยเพียงใด
ตอบ. อันตรายนั้นจะขึ้นอยู่กับว่าอาการทางคลินิกของคนไข้จะเป็นอย่างไร เช่น อาการทางผิวหนังเป็นแผลคล้ายบุหรี่จี้ ก็จะไม่เจ็บ บางครั้งไม่รักษาก็อาจจะหายเองได้ อีก 2 กลุ่ม คือ ทางเดินอาหารและทางเดินหายใจนั้นเป็นกลุ่มที่ด่วนข้างรุนแรงมาก อาจจะทำให้เสียชีวิตได้


ถาม. การรักษาในปัจจุบัน
ตอบ. ยาที่นำมารักษาส่วนมากจะเป็นยาในกลุ่มเป็นนิวเซอร์น (…………………) จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อแพทย์สามารถวินิจฉัยได้ สำหรับผู้ป่วยที่แผล เพ็นนิซาลิน (………………… ) หรือกลุ่มยาเซ็นตาโซดิน (……………………. ) หรือกลุ่มโซโลวันซาโลน ( ……………………. ) ก็เป็นยาที่ใช้รักษาโรคแอนแทกรซ์ ก็ได้


ถาม. ความร้อนสามารถที่จะฆ่าเชื้อแอนแทร็กซ์ได้หรือไม่
ตอบ. ปกติความร้อนในระดับที่ทำให้อาหารสุก ก็สามารถที่จะฆ่าเชื้อได้ แต่ถ้าเป็นสปอร์หรือกระเปราะนั้นไม่สามารถฆ่าเชื้อได้ จะต้องใช้ความร้อนที่สูงกว่าปรกติ เช่น ความร้อนระบบ ST ( ……………… ) หรือระบบความร้อนอ๊อดโตเครป ( ………………… ) ที่ทางการแพทย์ใช้อบเครื่องมือแพทย์ ซึ่งต้องใช้ความร้อนประมาณ 21 เซลเซียส ระยะเวลา 15 นาที ก็จะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้


ถาม. การป้องกันจะทำอย่างไรบ้าง
ตอบ. จะต้องแบ่งวิธีการป้องกัน 2 กลุ่มคือ กลุ่มการป้องกันในสัตว์ และการป้องกันในมนุษย์เอง ในสัตว์จะต้องมีการสนับสนุนมีการฉีดวัคซีนในสัตว์ และถ้ามีสัตว์ที่ป่วยเป็นโรค ควรจะแยกสัตว์ที่ป่วยออกจากฝูง ในขณะเดียวกันถ้าสัตว์ตายก็ควรเผาทำลายอย่านำไปชำแหละเพื่อการอุปโภคบริโภค สำหรับการป้องกันในคนทั่ว ๆ ไปคือ ถ้ารับประทานอาหารก็ควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกจริง ๆ ไม่ควรรับประทานอาหารที่สุก ๆ ดิบ หรือไม่ควรซื้อเนื้อสัตว์ที่ตายโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือเนื้อสัตว์ที่ผู้เลี้ยงลักลอบขาย สำหรับผู้ที่ชำแหละตัวเนื้อสัตว์ เนื้อโคกระบือขาย ก็อย่าลักลอบนำเนื้อวัว กระบือ เข้ามาขายเพราะเราไม่ทราบว่าสัตว์นั้นได้รับการฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ สำหรับผู้เลี้ยงสัตว์ก็ควรฉีดวัคซีนทุก ๆ ปี สำหรับการฉีดวัคซีนในคนมีการใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่จะใช้ในด้านการทหารเท่านั้น แต่วัคซีนนี้จะต้องฉีดประมาณ 6 เข็ม เป็นเวลา 18 เดือน แต่ก็ยังไม่ได้นำมาใช้ในคนทั่วไป


ถาม. ข้อแนะนำช่วงท้ายรายการ
ตอบ.
โรคแอนแทร็กซ์เป็นโรคติดต่อที่จากสัตว์มาสู่คน แต่ก็เป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ ถ้าท่านผู้ฟังได้ปฏิบัติตามขั้นต้นดังกล่าว