การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม

การผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม

อ.พญ. กนกรัตน์ สุวรรณสิทธิ์

ผศ.พญ.สุวัจนา อธิภาส

ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            กลไกการได้ยิน เริ่มจากใบหูและช่องหูกักเสียง ส่งเสียงผ่านไปช่องหูชั้นกลาง เกิดการขยายเสียงหลังจากนั้นเสียงจะถูกส่งต่อไปยังหูชั้นในและไปแปลผลที่สมองโดยผ่านเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8  ในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม จะเกิดความผิดปกติตั้งแต่หูชั้นในเป็นต้นไป

            ประสาทหูเทียม เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่แทนหูชั้นใน โดยอุปกรณ์จะรับสัญญาณเสียงจากสิ่งแวดล้อมแล้วแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้าส่งไปกระตุ้นเส้นประสาทสมองคู่ที่ 8  ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการได้ยิน และส่งสัญญาณไปแปลผลที่สมอง

            ในปัจจุบันประสาทหูเทียมเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาสูงหลายแสนถึงหนึ่งล้านบาทต่อชุด ส่วนประกอบของประสาทหูเทียมประกอบไปด้วยสองส่วนหลัก คือ อุปกรณ์ภายนอกเป็นเครื่องรับสัญญาณ ประกอบด้วย ไมโครโฟน และ อุปกรณ์ประมวลสัญญาณ อุปกรณ์ภายในเป็นเครื่องแปลงสัญญาณ ประกอบด้วย ตัวรับสัญญาณและสายสัญญาณ ซึ่งต้องผ่าตัดฝังในหูชั้นใน

ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดในการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม คือ

- อายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป

- สูญเสียการได้ยินทั้งสองข้างระดับรุนแรงระดับการได้ยินมากกว่า 80  เดซิเบล และใช้เครื่องช่วยฟังแล้วไม่ได้ผล ไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการผ่าตัด

- มีสุขภาพจิตและสติปัญญาดีพอที่จะสามารถฟื้นฟูสมรรถภาพได้

- ต้องสามารถเข้ารับการฟื้นฟูสมรรถภาพการได้ยินหลังการผ่าตัดและติดตามผลเป็นระยะๆ ได้

- มีศักยภาพที่จะดูแล บำรุงรักษาอุปกรณ์ประสาทหูเทียมได้

ทั้งนี้มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อความสำเร็จจากการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม เช่น ในผู้ป่วยเด็กที่ไม่เคยมีพัฒนาการทางภาษามาก่อน หากผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมเมื่ออายุมากกว่า 4 ปี อาจได้ผลไม่ดี, สาเหตุของการสูญเสียการได้ยิน, อายุที่เริ่มสูญเสียการได้ยิน, ระยะเวลาการสูญเสียการได้ยินและการฟื้นฟูการได้ยินในอดีต เป็นต้น ดังนั้นเกณฑ์ดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายอย่าง ทั้งนี้ความเหมาะสมของการผ่าตัดรักษาขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา

ผู้ป่วยที่ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมต้องได้รับการประเมินก่อนผ่าตัด ดังนี้

- ตรวจร่างกาย

- ประเมินระดับการได้ยิน และการใช้เครื่องช่วยฟัง

- เอกซเรย์คอมพิวเตอร์และตรวจเลือด

- ประเมินภาวะทางจิต และสติปัญญา หรือพัฒนาการในเด็ก

- ประเมินความพร้อมของครอบครัวที่จะดูแลและติดตามการรักษาฟื้นฟูสมรรถภาพภายหลังการผ่าตัด

ผลสำเร็จและการฟื้นฟูหลังการผ่าตัด

การได้ยินในผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดฝังประสาทหูเทียม จะไม่เหมือนการได้ยินปกติ ผู้ป่วยต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และฝึกฝนจึงจะสามารถฟัง แปลผล และสื่อสารได้ จึงมีความจำเป็นที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากครอบครัว และบุคลากรหลายด้าน ซึ่งประกอบด้วย แพทย์ นักแก้ไขการพูด ครูการศึกษาพิเศษ หรือ ครูที่โรงเรียน เพื่อน ที่ต้องเอาใจใส่ พูดคุยกระตุ้นเพื่อให้ได้ฝึกฟังและพูดตลอดเวลา

จะรู้ได้อย่างไรว่าบุตรหลานของเรามีความบกพร่องทางการได้ยิน

โดยทั่วไปสามารถประเมินจากพฤติกรรม การสื่อสาร หรือการเรียน เช่น เด็กเล็กไม่สะดุ้งหรือตกใจเมื่อได้ยินเสียงดัง หรือ ไม่ตอบสนองต่อเสียงเรียก ไม่หันตามเสียง, อายุมากกว่า 1 ปีแต่ยังไม่เริ่มพูดคำที่มีความหมาย, มีปัญหาด้านภาษาและพัฒนาการ เช่น พัฒนาการทั่วไปช้า พูดไม่ชัด, มีปัญหาในการสื่อสาร เช่น ดูไม่ตั้งใจหรือไม่สนใจโต้ตอบ เรียกแล้วนิ่งเฉยอย่างสม่ำเสมอ, ไม่ทำตามคำสั่งหรือปฏิบัติไม่ตรงตามสั่ง อาจถามคำถามซ้ำๆ หรือ ดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ แล้วเปิดเสียงดังกว่าปกติ เป็นต้น นอกจากนี้ บางครั้งผู้ป่วยอาจมีปัญหาด้านการเรียนหรือไม่เข้าสังคม หากท่านผู้ปกครองหรือคุณครูสงสัยว่าเด็กอาจมีปัญหาการได้ยิน แนะนำให้พามาตรวจ เพื่อให้ได้การวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป