ทำอย่างไร..เมื่อหูดับ

ทำอย่างไร..เมื่อหูดับ

ผศ.พญ.ศิริพร ลิมป์วิริยะกุล
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

       หลายคนคงเคยได้ยินและรู้จักโรคหูดับกันมาบ้างแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่าโรคนี้เกิดจากอะไร  มีวิธีป้องกันและรักษาอย่างไร มีรายละเอียดค่ะ

        โรคหูดับฉับพลัน หมายถึง การได้ยินลดลงในทันที ซึ่งผู้ป่วยสามารถสังเกตได้ถึงความผิดปกตินั้น อาจเพียงเล็กน้อยหรือรุนแรงก็ได้

 

        ที่ทราบสาเหตุ  พบบ่อยคือ ขี้หูอุดตันหรือหูชั้นกลางอักเสบ และที่ไม่ทราบสาเหตุ  ถือเป็นภาวะเร่งด่วนทางหู  หากมาพบแพทย์ภายใน 2 สัปดาห์หลังมีอาการ โอกาสที่หายจากโรคจะมีมากขึ้น

 

         อย่างไรก็ดี ชนิดไม่ทราบสาเหตุอาจมีความสัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัส เช่น มีอาการหวัดนำมาก่อน การขาดเลือดไปเลี้ยงหูชั้นในแบบเฉียบพลัน และมักพบผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวที่ทำให้การไหลเวียนของเลือดไม่ปกติ หรืออาจเป็นที่การเปลี่ยนแปลงความดันอากาศอย่างรวดเร็ว เช่น  ดำน้ำ  รวมถึงการสัมผัสเสียงดังอย่างฉับพลัน

 

          ฉะนั้นการหาสาเหตุจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งแพทย์จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม เช่น  ตรวจเลือด ตรวจการได้ยิน และตรวจคลื่นสมองดูทางเดินเส้นประสาท เพื่อวินิจฉัยหาโรคที่มีผลต่อระบบหลอดเลือด เช่น เบาหวาน ไขมันสูง  โรคภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือเนื้องอกของเส้นประสาทหู แม้จะพบน้อยกว่า 1%  ก็ตาม

 

          การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุที่พบ สำหรับหูดับฉับพลันแบบไม่ทราบสาเหตุ แพทย์จะให้ยาต้านการอักเสบของประสาทหู ทั้งนี้จะหายหรือไม่นั้น ยังขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของประสาทหูเสื่อม และโรคประจำตัวของผู้ป่วยด้วย  ดังนั้นแพทย์จะแนะนำให้ผู้ป่วยนอนพักในช่วงแรก และไม่ออกกำลังกายหักโหม

 

          แต่ในรายที่ไม่สามารถฟื้นการได้ยินกลับมาเท่าหูข้างปกติ แพทย์จะให้ใส่เครื่องช่วยฟังเพื่อให้ได้ยินดีขึ้น  รวมถึงการควบคุมโรคประจำตัวให้อยู่ในระดับปกติ เช่น เบาหวาน หรือความดัน ก็จะช่วยป้องกันให้อาการคงที่ได้

          อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้ป่วยควรป้องกันไม่ให้ประสาทหูเสื่อมมากขึ้น ได้แก่ หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการใช้เสียงดังมาก  หรือการใช้หูฟัง หากเป็นโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต ควรควบคุมโรคให้อยู่ในระดับปกติ และไม่ควรซื้อยารับประทานเอง เนื่องจากยาบางชนิดมีพิษต่อประสาทหู  รวมทั้งควรหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ โอกาสที่จะเป็นก็น้อยลง