น้ำมูกสีใสจากโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ น้ำมูกสีเหลืองจากโรคไซนัสอักเสบ โรคริดสีดวงจมูก โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อรา

ทายสุขภาพจากสีน้ำมูก

ทายสุขภาพจากสีน้ำมูก

รศ. นพ. ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            เมื่อมี น้ำมูก หรือเสมหะ ที่เราบ้วนทิ้งออกมา เรามักจะไม่ใส่ใจกับมัน ขอให้สั่ง หรือเช็ดออก หรือขากออกไปได้ ยิ่งเร็วเท่าไรก็ยิ่งดี เชื่อหรือไม่ครับ ว่าสีของน้ำมูก หรือเสมหะนี้ สามารถบ่งบอกถึงโรค หรือภาวะสุขภาพของคุณได้ ถ้าไม่เชื่อ ลองอ่านบทความนี้ดูนะครับ ว่าจริงหรือไม่
            เชื่อว่าอย่างน้อยทุกคน คงเคยประสบปัญหาน้ำมูกไหลหรือน้ำมูกไหลลงคอมาบ้าง ซึ่งเมื่อมีน้ำมูกไหล เรามักจะหากระดาษชำระมาเช็ด หรือซับ หรือสั่งน้ำมูก หรือบางครั้ง พอมีน้ำมูกไหลลงคอ ก็อยากจะขากหรือบ้วนทิ้ง บางครั้งอาจเลวร้ายกว่านั้น ถ้าหากระดาษชำระไม่เจอ และอยู่ในที่สาธารณะ อาจต้องสูดน้ำมูกเข้าไปในจมูก และอาจต้องกลืนลงไปในคอ

น้ำมูกมาจากไหน
 
         ทางเดินหายใจและทางเดินอาหารของมนุษย์เรา มีเยื่อบุทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร ซึ่งมีต่อมสร้างน้ำมูก เมือก หรือเสมหะ ไม่ว่าจะเป็นจมูก, ไซนัส, โพรงหลังจมูก, ช่องปาก, ช่องคอ, กล่องเสียง, หลอดลม ซึ่งน้ำมูก, เมือก หรือเสมหะ ทำหน้าที่ป้องกันอวัยวะภายใต้เยื่อบุจากสารพิษ หรือสารระคายเคืองต่างๆ  ทำให้อวัยวะดังกล่าวชื้นตลอดเวลา ซึ่งถ้าเยื่อบุที่คลุมอวัยวะดังกล่าวแห้ง จะทำให้อัตราเสี่ยงต่อการติดเชื้อสูงขึ้น
            น้ำมูก หรือเมือกในทางเดินหายใจ จะทำหน้าที่จับกับสิ่งต่างๆที่ปนมากับลมหายใจ เช่น สารก่อภูมิแพ้ (ไรฝุ่น, ละอองเกสร), ควัน, ฝุ่นบ้าน, เชื้อโรค และในน้ำมูก หรือเมือก ยังมีสารต่อต้านเชื้อโรค เช่น แอนติบอดี, เอนไซม์ ด้วย  ทราบหรือไม่ว่าร่างกายมนุษย์เราสามารถผลิตน้ำมูก หรือเมือกได้มากถึง 2 ลิตร/วัน
         
ส่วนใหญ่เราไม่ค่อยได้ให้ความสนใจกับน้ำมูกมากนัก จนกระทั่งเรามีปัญหาเรื่องน้ำมูกไหลมาจากจมูกหรือไหลลงคอ ซึ่งเราอาจจะสั่งน้ำมูกออกมา หรือสูดลงคอแล้วขากออกเป็นเสมหะ แล้วบ้วนทิ้ง หรือไม่มีที่ให้บ้วนอาจต้องจำใจกลืนลงไป         แล้วคุณเคยสังเกตสีน้ำมูก หรือเสมหะที่บ้วนออกมาหรือไม่ ว่ามีสีอะไร ซึ่งสีของน้ำมูกหรือเสมหะ อาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับจมูกของคุณได้
            1. สีใส น้ำมูกหรือเสมหะที่ใส มักประกอบด้วยน้ำ, แอนติบอดีที่ต่อต้านเชื้อโรค, เกลือ และโปรตีน  ส่วนใหญ่มักจะไหลลงคอ และเรามักจะกลืนลงไปในกระเพาะ ซึ่งสาเหตุเกิดจาก หวัด (เยื่อบุจมูกอักเสบ) หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ หรืออาจเกิดจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้  ไวรัสมากระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ทำให้มีน้ำมูกใสๆ ไหลออกมา หรือไหลลงคอได้  สารก่อภูมิแพ้ก็เช่นเดียวกัน สามารถกระตุ้นเยื่อบุจมูกของผู้ป่วยที่เป็นโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้ ทำให้มีการหลั่งของฮิสทามีน
(histamine) ออกมา ซึ่งฮิสทามีนสามารถกระตุ้นต่อมสร้างน้ำมูกในเยื่อบุจมูกให้ผลิตน้ำมูกใสๆออกมาได้  การให้ยาต้านฮิสทามีน และการล้างจมูกด้วยน้ำเกลือสามารถบรรเทาอาการน้ำมูกที่ไหลออกมา หรือไหลลงคอได้
            2. สีขาว การที่น้ำมูกไหลออกมามีลักษณะหนา เหนียว และขาวขุ่น อาจเนื่องมาจาก การที่น้ำมูกถูกขังอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานาน จากเยื่อบุจมูกที่บวม นอกจากนั้นการที่เรารับประทานผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับนมมากเกินไป อาจทำให้น้ำมูกที่ออกมา หรือไหลลงคอ มีสีขาวขุ่นได้ เนื่องจากไขมันในผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับนม สามารถทำให้น้ำมูกสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้น้ำมูก หรือเสมหะมีลักษณะหนาและเหนียว และมีสีขาวขุ่นตามมาได้
            3. สีเหลือง ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียในโพรงจมูกหรือไซนัส ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเรา จะส่งเซลล์ที่ต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เช่น เซลล์เม็ดเลือดขาว ออกมาทำลายเชื้อแบคทีเรีย ทั้งเซลล์เม็ดเลือดขาว และเชื้อแบคทีเรียที่ตายแล้ว รวมทั้งเมือกและหนองต่างๆ จะรวมตัวกัน ทำให้น้ำมูกมีสีเหลืองได้  นอกจากนั้นการที่น้ำมูกค้างอยู่ในโพรงจมูกเป็นระยะเวลานานมากๆ เช่น ทั้งช่วงกลางคืน อาจทำให้น้ำมูกมีสีเหลืองได้ เวลาตื่นมาตอนเช้า โดยที่ไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียก็ได้ แต่ในกรณีนี้ น้ำมูกมักจะมีสีเหลือง เวลาตื่นนอนตอนเช้า แต่ในช่วงเวลาอื่นของวัน น้ำมูกจะมีสีใส
            4. สีเทา น้ำมูกที่มีสีเทา อาจบ่งบอกว่าในจมูกของคุณมีริดสีดวงจมูก
(nasal polyp)  ริดสีดวงจมูกเกิดจากเยื่อบุจมูกหรือไซนัสที่บวมออกมาเป็นก้อนในโพรงจมูก หรือไซนัส ซึ่งไม่ใช่เนื้องอกร้ายแต่อย่างใด มักเกิดจากการอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูก ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคจมูกอักเสบภูมิแพ้, โรคไซนัสอักเสบเรื้อรัง, โรคหืด หรือภาวะแพ้ยาแอสไพริน โรคไซนัสอักเสบจากเชื้อรา สามารถทำให้น้ำมูกหรือเสมหะมีสีเทาได้ ซึ่งมักเกิดจากสปอร์ของเชื้อรามาเกาะที่ผิวเยื่อบุจมูก และเจริญเติบโตมากขึ้น  มักมีสาเหตุมาจากการบาดเจ็บของเยื่อบุจมูกเรื้อรัง หรือภูมิต้านทานของร่างกายลดน้อยลง
            5. สีเขียว แสดงถึงระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กำลังทำงานต่อต้านเชื้อแบคทีเรีย เหมือนกับการที่น้ำมูกมีสีเหลือง  สีเขียวเกิดจากเอนไซม์ ซึ่งสร้างโดยเม็ดเลือดขาว น้ำมูกที่มีสีเขียว มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียภายในโพรงจมูกหรือไซนัส (ไซนัสอักเสบ)
            6. สีแดง มักเกิดจากมีเส้นเลือดในโพรงจมูกแตก แล้วปนมากับน้ำมูก ซึ่งเส้นเลือดที่แตก อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น การระคายเคือง หรือบาดเจ็บบริเวณจมูก, การอักเสบในโพรงจมูก, เนื้องอก, โรคของหลอดเลือดชนิดต่างๆ หรือแม้แต่การที่เยื่อบุจมูกแห้ง ทำให้เส้นเลือดในเยื่อบุโพรงจมูกอยู่ชิดกับผิวมากขึ้น ทำให้มีการแตกของเส้นเลือดได้ง่าย ซึ่งในกรณีที่น้ำมูกมีสีแดง โดยเฉพาะออกจากจมูกเพียงข้างใดข้างหนึ่ง ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัด  สาเหตุของจมูกแห้ง ได้แก่ ดื่มน้ำน้อย, อยู่ในห้องแอร์ ซึ่งมักจะทำให้เราต้องสัมผัสกับอากาศที่เย็นและแห้งเป็นประจำ หรือเปิดพัดลมเป่าจ่อที่หน้า หรือจมูกเป็นระยะเวลานาน หรืออยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีอากาศเย็นหรือหนาวจัด อาจต้องพ่นน้ำเกลือเข้าในโพรงจมูกบ่อยๆ หรือใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้นขึ้น (
humidifier)
            7. สีดำ การที่น้ำมูกมีสีดำ มักพบในผู้ที่สูบบุหรี่หรือสูดยานัตถ์, ใช้ยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย หรือผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีมลภาวะทางอากาศมาก หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อราของโพรงจมูกหรือไซนัส
            ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณสั่งน้ำมูก หรือสูดน้ำมูกลงคอแล้วขากออกมาเป็นเสมหะ แล้วบ้วนทิ้ง อย่าลืมดูสีของน้ำมูก หรือเสมหะด้วยนะครับ เพราะสีของน้ำมูก อาจบ่งบอกถึงโรค หรือพยาธิสภาพที่ซ่อนอยู่ในโพรงจมูกหรือไซนัสคุณได้ แต่ถ้าให้แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อให้ได้การวินิจฉัย และการรักษาที่ถูกต้องนะครับ