เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น (Humidifier) ที่ใช้ต่อกับเครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP) เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP)ชนิดที่มีเครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น (Humidifier) ในตัวเครื่อง

ถ้าใช้เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า(CPAP) จำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น (Humidifier) ไหม

 ถ้าใช้เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (CPAP) จำเป็นต้องใช้

เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น (Humidifier) ไหม

 

รศ. นพ. ปารยะ อาศนะเสน
สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            เครื่องอัดอากาศขณะหายใจเข้า (Continuous Positive Airway Pressure: CPAP) เป็นการรักษาที่เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนขณะหลับทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีความรุนแรง ตั้งแต่ระดับน้อย ถึงรุนแรงมาก ปกติประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอากาศร้อนและชื้น ถ้าผู้ป่วยใช้เครื่อง CPAP ในห้องธรรมดา (ที่ไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือพัดลมเป่าจ่อ) ก็คงไม่มีปัญหาอะไรกับเยื่อบุจมูกของผู้ใช้เครื่อง  แต่ปัจจุบันโลกที่เราอาศัยอยู่นั้นร้อนขึ้นเรื่อยๆ  มนุษย์ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ มักจะต้องเปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศขณะนอน การใช้เครื่อง CPAP ในห้องที่เปิดเครื่องปรับอากาศ หรือผู้ป่วยเปิดพัดลมเป่าจ่อนั้น อาจมีปัญหาที่เรียกว่า การอักเสบเรื้อรังของเยื่อบุจมูกที่เกิดจากการใช้เครื่อง CPAP (CPAP- induced rhinitis) ตามมาได้

            ถ้าผู้ใช้ CPAP นอนในห้องที่เปิดพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ อากาศที่แห้งและเย็น (จากพัดลม หรือเครื่องปรับอากาศ) จะผ่านเข้าไปในโพรงจมูกตลอดระยะเวลาที่ผู้ป่วยใช้เครื่อง CPAP ในห้องนอน  จะทำให้เยื่อบุจมูกมีการอักเสบเรื้อรัง และมีความไวผิดปกติ ทำให้ผู้ป่วยเกิดอาการคัดจมูก, คัน, จาม, น้ำมูกไหล หรือมีเสมหะลงคอได้ง่าย โดยเฉพาะตอนตื่นนอนตอนเช้า ซึ่งเมื่อเยื่อบุจมูกบวมมากผิดปกติ
            - ถ้าผู้ป่วยใช้ CPAP แบบปรับความดันอัตโนมัติ (Auto-Titrating CPAP) เครื่องจะเพิ่มแรงดันในการอัดอากาศเข้าไปในโพรงจมูกมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่า มีลมมาปะทะที่หน้ามากขึ้น ผู้ป่วยจะรู้สึกอึดอัดมากขึ้น และอาจมีลมรั่วออกจากหน้ากากได้ ซึ่งผู้ป่วยอาจต้องรัดหน้ากากที่ครอบจมูกหรือปากให้แน่นขึ้น จนทำให้มีรอยหน้ากากบนหน้าผู้ป่วยได้ เมื่อตื่นมาตอนเช้า
            - ถ้าผู้ป่วยใช้ CPAP แบบตั้งค่าความดันเอง (Manual CPAP) ความดันในการอัดอากาศเข้าไปในโพรงจมูกจะคงที่  ทำให้ความดันที่เหลือที่จะถ่างทางเดินหายใจส่วนอื่นให้กว้างขึ้น มีค่าลดลง ทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาอาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะหลับลดลง คือ เป็นการรักษาต่ำกว่าเป้าหมาย (under treatment) ผู้ป่วยอาจจะกลับมามีเสียงดัง หรือกลับมามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้มีอาการต่างๆ เหมือนกับก่อนที่มารักษา เมื่อเปรียบเทียบกับขณะที่ยังไม่เกิดปัญหาเยื่อบุจมูกอักเสบที่เกิดจากการใช้เครื่อง CPAP

อย่างไรก็ตาม ปัญหาเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังที่เกิดจากการใช้เครื่อง CPAP นี้ บางคนอาจเกิดช้า บางคนอาจเกิดเร็ว ดังนั้นผู้ป่วยที่ใช้เครื่อง CPAP ควรตัดสินใจว่า จะปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้นก่อน แล้วค่อยกลับมารักษา หรือจะป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้น
            - ถ้าผู้ป่วยนอนในห้องที่ไม่ใช้เครื่องปรับอากาศ หรือห้องที่เปิดพัดลมให้ส่ายไปมา และอากาศในห้องไม่เย็น หรือแห้งมาก ผู้ป่วยอาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น
(humidifier) เวลาใช้เครื่อง CPAP
            - ถ้าผู้ป่วยนอนในห้องปรับอากาศ หรือเปิดพัดลมเป่าจ่อ ควรป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังจากการใช้เครื่อง
CPAP ดังนี้
                                    - ใช้น้ำเกลือพ่นจมูก เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในโพรงจมูก (จะพ่นกี่ครั้งก็ได้ ยิ่งมาก ยิ่งดี)ก่อนเริ่มใช้เครื่อง
CPAP และทุกครั้งที่ผู้ป่วยตื่นขึ้นมา แล้วถอดเครื่อง CPAP ออก ก่อนที่จะเริ่มใช้เครื่อง CPAP ใหม่ ควรใช้น้ำเกลือพ่นจมูกทุกครั้ง แต่ความชื้นในจมูกจากน้ำเกลือพ่นจมูก ส่วนใหญ่จะอยู่ในโพรงจมูกได้ไม่นาน (ไม่เกิน 5-10 นาที) และไม่สามารถอยู่ได้ตลอดคืน เหมือนการใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น
                                    - ใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น มาต่อกับเครื่อง
CPAP หรือเลือกใช้เครื่อง CPAP ชนิดที่มีเครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้นในตัวเครื่อง ซึ่งเครื่องนี้จะทำให้อากาศที่วิ่งผ่านโพรงจมูกของผู้ป่วยขณะนอนหลับ อุ่นและชื้นตลอดเวลาที่ใช้เครื่อง CPAP สามารถป้องกันปัญหาเยื่อบุจมูกอักเสบจากอากาศเย็นและแห้ง หรือทำให้การอักเสบของเยื่อบุจมูกจากอากาศเย็นและแห้งน้อยลง

            ดังนั้นผู้ป่วยที่กำลังตัดสินใจว่า จะใช้เครื่องปรับอากาศให้อุ่นและชื้น หรือไม่นั้น ขณะนี้มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจแล้วนะครับ