ปรับพฤติกรรม ปลอดภัยจาก NCD

ปรับพฤติกรรม ปลอดภัยจาก NCD

 

ผศ.ดร.พญ.มยุรี  หอมสนิท

ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

         “ในเรื่องของกลุ่มโรคเรื้อรัง NCD ที่มาพร้อมกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา  เป็นเรื่องที่ควรรู้  รวมถึงการปรับพฤติกรรม เพื่อให้ห่างไกลจากลุ่มโรคเรื้อรังเหล่านี้”
   

            ปัจจุบันแนวโน้มผู้ป่วยกลุ่มโรค NCD  จะเริ่มจากภาวะเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ซึ่งหากเกิดขึ้นแล้วมักจะเป็นเรื้อรังโดยตามมาด้วยโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ   เช่น  ถ้าเป็นโรคเบาหวาน  อาจจะเป็นอัมพฤกษ์  อัมพาตได้  ซึ่งสาเหตุของการเกิดโรคเรื้อรังเหล่านี้ มาจากพฤติกรรมที่ไม่สมดุลกัน  ทั้งเรื่องการรับประทานอาหาร  การพักผ่อน  การออกกำลังกาย และการทำงานที่สะสม จนเกิดผลเสียต่อสุขภาพได้ทั้งสิ้น

 

             เริ่มแรกเราต้องตระหนักว่า โรคเรื้อรังต่าง ๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพของตนเอง และส่งผลกระทบกับคนในครอบครัว  เมื่อตระหนักแล้วก็ต้องรู้จักปรับรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เราเคยปฏิบัติกันมาจนเคยชิน ซึ่งทำได้ไม่ยาก โดยเริ่มต้นจากปัจจัยสำคัญที่สุดคือ อาหารที่เรารับประทาน ไม่ควรเป็นอาหารที่หวานจัด อาหารที่มีความมัน และอาหารรสเค็ม เครื่องดื่มก็เช่นกัน น้ำหวานน้ำอัดลม รวมทั้งเครื่องดื่มที่หวานมัน เช่น กาแฟปั่น กาแฟเย็นก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้ นำมาซึ่งโรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน  ซึ่งไม่ใช่โรคติดต่อ  แต่เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมของตนเอง  

 

นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารหวาน มัน เค็ม  ก็ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับประทานผักมากๆ  ผลไม้สด ที่ไม่หวานจัดในปริมาณที่พอดี เพื่อให้ได้สารอาหารครบถ้วนและช่วยการขับถ่าย ลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ไขมันในเลือดสูง รวมทั้งโรคมะเร็งด้วย    

 

            นอกจากนี้ เรื่องของการทำงาน  พักผ่อนน้อย  ไม่ออกกำลังกาย  3  อย่างนี้มักจะมาด้วยกัน  เนื่องจากการทำงานเป็นเวลานาน จนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน รวมถึงการออกกำลังกาย ซึ่งถ้าไม่ปรับพฤติกรรมเหล่านี้ ก็จะเกิดปัญหาต่อสุขภาพ  ดังนั้นควรให้เวลาในการทำกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันใน 1 สัปดาห์ ทำให้ได้ประมาณ 5 ครั้ง ก็จะเป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี  ที่สำคัญต้องงดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างเด็ดขาด หากทำได้  โอกาสการเกิดโรคในกลุ่ม NCD  ก็ลดลงตามไปด้วย