เครื่องเป่าลม หรืออัดอากาศขณะหายใจเข้า เครื่องมือทันตกรรมช่วยเลื่อนขากรรไกรล่างมาทางด้านหน้า ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นขณะนอนหลับ

เทคโนโลยีช่วยการนอนกรน (ตอนที่ 1)

เทคโนโลยีช่วยการนอนกรน (ตอนที่ 1)

 

รศ. นพ. ปารยะ   อาศนะเสน

สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้

          ภาควิชาโสต  นาสิก  ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

อาการนอนกรน (snoring) เป็นอาการที่บ่งบอกถึงการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบน  เสียงของการกรนเกิดจากการที่อากาศเคลื่อนผ่านทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง เป็นผลให้เกิดการสั่นสะเทือนและสะบัดของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่ออ่อนในบริเวณทางเดินหายใจส่วนบน เกิดเป็นเสียงกรนขึ้น  ซึ่งทางเดินหายใจส่วนบนที่แคบลง อาจเกิดจากโพรงจมูกอุดตัน (อาจเกิดจากหลายสาเหตุได้แก่ จมูกอักเสบจากภูมิแพ้, ผนังกั้นช่องจมูกคด, เนื้องอกในโพรงจมูก, ริดสีดวงจมูก, ไซนัสอักเสบ) หรือการผ่อนคลายหรือหย่อนตัวของกล้ามเนื้อทางเดินหายใจส่วนบนขณะนอนหลับ เช่น กล้ามเนื้อบริเวณเพดานอ่อน, ลิ้นไก่, ผนังคอหอย หรือโคนลิ้น หรือจากสาเหตุอื่นๆ  เช่น ต่อมทอนซิล และต่อมอดีนอยด์ที่โต ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการนอนกรนที่สำคัญในเด็ก  ผู้ป่วยที่อ้วนมากอาจมีเนื้อเยื่อผนังคอที่หนาทำให้ทางเดินหายใจแคบลง  ผู้ป่วยที่มีเนื้องอก หรือซีสท์ของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งในระบบทางเดินหายใจส่วนบนก็ก่อให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจได้เช่นกัน  

ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ (obstructive sleep apnea: OSA) เป็นภาวะที่มีการอุดกั้นในทางเดินหายใจมากจนกระทั่งทำให้เกิดการหยุดหายใจเป็นช่วงๆขณะนอนหลับ 

คนไทยที่ประสบปัญหานอนกรน มีจำนวนมากน้อยเพียงใด

          อาการนอนกรน และภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นปัญหาและโรคของการนอนหลับที่พบบ่อย    อุบัติการณ์ของอาการนอนกรนในคนไทย พบได้ประมาณร้อยละ 26.4 ส่วนอุบัติการณ์ของภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับในคนไทย พบได้ประมาณร้อยละ 11.4 จากการศึกษาพบว่าอุบัติการณ์ของนอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้ ได้เพิ่มขึ้นสูงกว่าเมื่อก่อนมาก

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยปัญหาใด

          - เสียงกรนทำให้เกิดปัญหาต่อคู่นอน บุคคลอื่น ๆ ในครอบครัว, เพื่อนบ้าน หรือ เพื่อนร่วมงาน  เช่น ทำให้ผู้อื่นนอนหลับยาก หรืออาจมากจนกระทั่งมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลดังกล่าวได้ เช่น อาจทำให้เกิดการหย่าร้างของคู่สามี ภรรยา

            - มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับร่วมด้วย ซึ่งทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาดังต่อไปนี้

               1. ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้าไม่สดชื่น หรือมีอาการปวดมึนศีรษะ ต้องการนอนต่ออีกเป็นประจำ  รู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม มีความรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน  ทั้งๆ ที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว   หงุดหงิด  อารมณ์เสียง่าย
               
2. มีอาการง่วงนอนในเวลาทำงานกลางวัน จนไม่สามารถจะทำงานต่อได้ หรือมีอาการเผลอหลับในขณะทำงาน, เข้าห้องเรียน, เข้าฟังประชุม, ขณะขับขี่รถ หรือขณะอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์  โทรทัศน์  บางรายง่วงจนเกิดอุบัติเหตุในท้องถนน  หรือในโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากการหลับในขณะขับขี่รถ หรือขณะทำงานกับเครื่องจักรกล 

                3. นอนหลับไม่ราบรื่น ฝันร้าย หรือละเมอขณะหลับ   นอนกระสับกระส่ายมาก

                4. มีอาการหายใจขัด หรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ  อาจมีอาการคล้ายสำลักน้ำลาย

                5. มีอาการสะดุ้งผวา หรือ หายใจแรงเหมือนขาดอากาศ หลังจากหยุดหายใจเป็นช่วงๆ

                6. ในเด็กอาจมีท่านอนที่ผิดปกติ เช่น ชอบนอนตะแคง หรือ นอนคว่ำ หรือ อาจไม่มีสมาธิทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้นาน (สมาธิสั้น) หงุดหงิดง่าย หรือมีกิจกรรมต่างๆ ทำตลอดเวลา  หรือมีปัสสาวะราดในเวลากลางคืน

                7. มีความดันโลหิตสูง, กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด, ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ,  โรคความดันโลหิตในปอดสูง, โรคของหลอดเลือดในสมอง ซึ่งยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน

                8. ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง, ขาดสมาธิ, พัฒนาการทางสมองและสติปัญญา และความจำแย่ลง
                9. สมรรถภาพทางเพศลดลง

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่นำมาใช้แก้ปัญหาการนอนกรน

          การแก้ปัญหาการนอนกรนมี 2 วิธี คือ วิธีไม่ผ่าตัด และวิธีผ่าตัด ซึ่งผู้ป่วยสามารถเลือกได้เพราะการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด แพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีไม่ผ่าตัดก่อน ถ้าไม่ดีขึ้น, ไม่ชอบ หรือไม่สะดวก ผู้ป่วยสามารถเลือกวิธีผ่าตัดได้

1. เทคโนโลยีการแก้ปัญหาโดยวิธีไม่ผ่าตัด (non-surgical treatment)

1.1) การใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน [continuous positive airway pressure (CPAP)] (รูปที่ 1) ปกติเวลานอน เพดานอ่อน และลิ้นไก่ที่ยาว และโคนลิ้นที่โต จะตกลงมาบังทางเดินหายใจส่วนบน ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ เครื่องมือนี้เป็นการนำหน้ากาก (mask) ครอบจมูกขณะนอนหลับ ซึ่งหน้ากากนี้จะต่อเข้ากับเครื่องที่สามารถขับลมซึ่งมีแรงดันเป็นบวกออกมา ลมที่เป่าเข้าไป จะไปถ่างทางเดินหายใจให้กว้างออก (pneumatic splint) ทำให้ไม่มีการอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหายใจเข้า  ผู้ป่วยไม่กรน และไม่มีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีการอุดกั้นของทางเดินหายใจส่วนบนทุกระดับ และเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ ซึ่งมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับน้อยถึงรุนแรง  การรักษาวิธีนี้ผู้ป่วยควรใช้เครื่อง CPAP ทุกคืน คืนใดไม่ใช้ ก็จะมีอาการกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับอีก  การใช้เครื่อง CPAP จะเหมือนการใส่แว่นตาใหม่ๆ คืออาจรู้สึกอึดอัดบ้างในช่วงแรก ต้องใส่ๆ ถอดๆ เมื่อชิน ก็จะใส่ได้เอง ซึ่งการแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ ควรลองใช้ในผู้ป่วยทุกราย ก่อนพิจารณาการรักษาวิธีอื่นเสมอ 
ข้อดี คือสามารถยืมเครื่องจากบริษัทผู้จำหน่ายมาทดลองใช้ดูได้  ปัจจุบันตัวเครื่อง CPAP มีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปที่ไหนๆได้ค่อนข้างสะดวก
ข้อเสีย คือความร่วมมือในการใช้เครื่องของผู้ป่วย มักจะน้อย บางรายทดลองใช้แล้ว เกิดความอึดอัดรำคาญรู้สึกคัดแน่นจมูก  ทนระดับความดันที่เป่าออกมาไม่ได้   มีลมรั่วจากหน้ากาก  หรือปาก และคอแห้ง ทำให้นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท รวมถึงความไม่สะดวกต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่ต้องเดินทางไกล หรือเปลี่ยนสถานที่นอนหลับบ่อย

1.2) การใช้เครื่องมือทันตกรรม (oral appliance) (รูปที่ 2) ทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นขณะนอนหลับ    ปกติเวลานอนหงาย ลิ้นซึ่งติดอยู่กับขากรรไกรล่างจะตกตามแรงโน้มถ่วงของโลก  ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนตีบแคบ เครื่องมือทันตกรรม เป็นเครื่องมือที่สวมใส่ในปากขณะนอนหลับ เพื่อยึดลิ้น และ/หรือ เลื่อนขากรรไกรล่างมาทางด้านหน้า เพื่อป้องกันไม่ให้ลิ้น หรือเนื้อเยื่ออ่อนในลำคอ ตกลงไปอุดกั้นทางเดินหายใจขณะหลับ  ซึ่งจะทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้นขณะนอนหลับ นอกจากนั้น เครื่องมือดังกล่านี้ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของกล้ามเนื้อของลิ้นมัดต่างๆ  ทำให้มีความตึงตัวเพิ่มมากขึ้น ป้องกันไม่ให้มีการอ้าปากขณะหลับ ซึ่งอาจจะทำให้มีการหย่อนตัวของกล้ามเนื้อลิ้นเพิ่มมากขึ้น และยังช่วยทำให้กล้ามเนื้อของเพดานอ่อนตึงตัว และจัดตำแหน่งของเพดานอ่อนให้เลื่อนมาทางด้านหน้า ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนหลังเพดานอ่อนกว้างขึ้นขณะนอนหลับด้วย  กลไกต่างๆที่กล่าวมานี้ทำให้ผู้ที่มีปัญหานอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับมีอากาศหายใจพอเพียง  สามารถนอนหลับได้อย่างมีปกติสุข   

เครื่องมือทันตกรรมนี้สามารถใช้เป็นการรักษาเพียงชนิดเดียว หรือใช้ร่วมกับเครื่อง CPAP หรือการผ่าตัด ในการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ  ถ้าใช้เครื่องมือทันตกรรมนี้เป็นการรักษาเพียงชนิดเดียว จะเหมาะกับผู้ป่วยที่มีปัญหานอนกรนธรรมดา หรือ มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับที่มีความรุนแรงอยู่ในระดับน้อยถึงปานกลาง และมีการอุดกั้นของทางเดินหายใจระดับหลังเพดานอ่อน และ/หรือหลังโคนลิ้น และไม่มีความผิดปกติของทางเดินหายใจส่วนอื่น ๆ ร่วมด้วย
ข้อดี คือ ผู้ป่วยมีแนวโน้มที่จะร่วมมือในการใช้เครื่องมือทันตกรรมขณะหลับมากกว่าเครื่อง CPAP เนื่องจากสะดวกและสบายมากกว่าในการใช้  ไม่ต้องมีหน้ากากมาครอบขณะหลับ ใส่และสวมง่าย สะดวกในการพกพาขณะเดินทาง ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า และไม่มีเสียงรบกวนคนข้างเคียงเวลานอนเหมือนเครื่อง CPAP ไม่ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าน่าละอายในการสวมใส่ขณะนอน  สำหรับผู้ป่วยบางรายที่นอนกัดฟัน เครื่องมือทันตกรรมสามารถช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้ด้วย 
ข้อเสีย
คือ อาจเกิดผลข้างเคียงได้จากการใช้เครื่องมือทันตกรรม ซึ่งได้แก่ การสบฟันที่ผิดปกติ, ปวดฟัน, เจ็บบริเวณที่ใส่เครื่องมือทันตกรรม หรือเกิดแผลที่เหงือก, ปวด เมื่อย เจ็บ รู้สึกไม่สบาย บริเวณข้อต่อกระดูกขากรรไกร และบริเวณโดยรอบ, ในระยะแรกๆ อาจมีน้ำลายออกมากผิดปกติ และรู้สึกว่าน้ำลายแห้ง ปากแห้ง หรือ มีกลิ่นปากในเวลาต่อมา เนื่องจากหุบปากไม่สนิทเวลานอน  ซึ่งผลข้างเคียงดังกล่าว  ถ้าใช้เครื่องมือทันตกรรมไปสักระยะหนึ่ง ผู้ป่วยมักปรับตัวได้ และปัญหาดังกล่าวมักจะดีขึ้น  

-มีต่อตอนที่ 2-