ที่ปิดจมูกสำหรับรักษาอาการนอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ปิดจมูกนี้มีช่องเปิดเล็กๆ (microvalve) ช่วยทำให้ทางเดินหายใจกว้าง ไม่ตีบแคบ การติดเครื่องมือที่ปิดจมูก

ที่ปิดจมูกสำหรับรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ที่ปิดจมูกสำหรับรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

 (PROVENT® หรือ Nasal Expiratory Positive Airway Pressure)

 

รศ. นพ. ปารยะ   อาศนะเสน

สาขาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้

          ภาควิชาโสต  นาสิก  ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

            ที่ปิดจมูกนี้เป็นทางเลือกใหม่ ทางเลือกหนึ่งในการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ที่ใช้สะดวกและง่าย และมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องใช้หน้ากากครอบ โดยที่ปิดจมูกนี้เป็นวัสดุขนาดเล็ก ใช้ตอนกลางคืนขณะหลับ ปิดที่รูจมูกทั้ง 2 ข้าง (รูปที่ 1) โดยยึดติดด้วยเทปกาว ซึ่งแพ้ยาก ที่ปิดจมูกนี้ใช้แล้วทิ้ง มีขนาดเล็ก สามารถพกพาไปได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาเดินทาง ไม่ต้องใช้กระแสไฟฟ้า หรือแบตเตอรี    การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรน และ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ด้วยที่ปิดจมูกนี้ เป็นทางเลือกใหม่ของการรักษาผู้ป่วย ซึ่งปฏิเสธการใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน [continuous positive airway pressure (CPAP)], เครื่องมือทันตกรรม, การผ่าตัด หรือทนผลข้างเคียงของ CPAP หรือเครื่องมือทันตกรรมไม่ได้  ถึงแม้ CPAP เป็นการรักษามาตรฐานของอาการนอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ  แต่ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยเท่านั้นที่ใช้ CPAP ได้อย่างสม่ำเสมอ  

ที่ปิดจมูกนี้มีช่องเปิดเล็กๆ (microvalve) (รูปที่ 2) ให้ลมผ่านได้เวลาหายใจเข้า ขณะหายใจเข้าช่องเปิดเล็กๆนี้จะเปิด ทำให้อากาศผ่านเข้ามาสู่จมูกได้อย่างอิสระ แต่ขณะหายใจออกช่องเปิดเล็กๆนี้จะปิด แต่อากาศที่หายใจออกจะผ่านทางรูเล็กๆ 2 รู เพื่อเพิ่มความต้านทาน ทำให้เกิดความดันบวกในทางเดินหายใจส่วนต้นขณะหายใจออก (expiratory positive airway pressure: EPAP) ช่วยทำให้ทางเดินหายใจกว้าง ไม่ตีบแคบ (รูปที่ 3) โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของการหายใจออก ซึ่งเป็นช่วงที่ทางเดินหายใจส่วนต้นมีการตีบแคบมากที่สุด ก่อนจะเกิดภาวะหยุดหายใจ  จนกระทั่งผู้ป่วยเริ่มหายใจใหม่ ซึ่งการทำงานของ nasal EPAP จะต่างจาก CPAP เพราะ CPAP จะเพิ่มความดันในทางเดินหายใจส่วนต้นทั้งขณะผู้ป่วยหายใจเข้าและออก แต่ nasal EPAP นี้จะเพิ่มความดันในทางเดินหายใจส่วนต้นขณะผู้ป่วยหายใจออกเท่านั้น  นอกจากนั้น CPAP ใช้เครื่องอัดอากาศเข้าไป ในขณะที่ nasal EPAP ใช้ลมหายใจของผู้ป่วยเอง ในการทำให้เกิดความดันบวกในทางเดินหายใจส่วนต้นขณะหายใจออก

Nasal EPAP เหมาะกับผู้ป่วยกลุ่มใดบ้าง

            - ผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับตั้งแต่ความรุนแรงน้อยไปถึงมาก ซึ่งปฏิเสธการรักษาด้วย CPAP, เครื่องมือทันตกรรม, การผ่าตัด หรือไม่ร่วมมือในการใช้ CPAP หรือเครื่องมือทันตกรรม
            - ผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับชนิดความรุนแรงน้อยถึงปานกลาง ที่ไม่มีโรคร่วมอื่นๆ
            - ผู้ป่วยที่ใช้
CPAP หรือเครื่องมือทันตกรรมอยู่แล้ว ในการรักษาอาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ แต่อยากหาทางเลือกอื่นในการรักษาขณะเดินทาง

ข้อบ่งชี้ของการใช้เครื่องมือชนิดนี้ : ใช้รักษาอาการนอนกรน และ/หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ข้อห้ามใช้        

            - ผู้ป่วยที่มีการหายใจผิดปกติชนิดรุนแรง เช่น กล้ามเนื้อที่ใช้หายใจอ่อนแรงหรือไม่ ทำงาน, ปอดผู้ป่วยมีซีสท์หรือถุงลม (bleb), ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอด, ภาวะลมรั่วในช่องอก
            - โรคหัวใจชนิดรุนแรง รวมทั้งภาวะหัวใจล้มเหลว
            - มีความดันเลือดต่ำมาก
            - ภาวะที่มีการอักเสบหรือการติดเชื้อในทางเดินหายใจส่วนบน (เช่น จมูกอักเสบ, ไซนัสอักเสบ หรือหูชั้นกลางอักเสบ) หรือมีเยื่อบุแก้วหูทะลุ

เครื่องมือชนิดนี้ได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว  ผู้ป่วยบางรายใช้ CPAP หรือเครื่องมือทันตกรรมขณะอยู่บ้านและใช้ nasal EPAP ขณะเดินทาง  ผู้ป่วยไม่สามารถใช้ nasal EPAP ร่วมกับเครื่อง CPAP ได้ และยังไม่มีการศึกษาถึงความปลอดภัย และประสิทธิภาพในผู้ป่วยที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี, ผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ หรือผู้ป่วยที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ซึ่งไม่ได้เกิดจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน (central sleep apnea)  จากการศึกษาทางคลินิก พบว่าที่ปิดจมูกดังกล่าวสามารถลดเสียงกรน, ลดจำนวนครั้งของการหยุดหายใจ และลดอาการง่วงในเวลากลางวัน รวมทั้งทำให้คุณภาพในการนอนหลับของผู้ป่วยที่มีอาการนอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การติดเครื่องมือที่ปิดจมูกนี้ (รูปที่ 4)  ควรใช้ที่ปิดจมูกนี้ก่อนที่จะนอน โดยทำตามขั้นตอนดังนี้
1. เตรียมพร้อม
           
            - ทำความสะอาดบริเวณรูจมูกให้แห้ง ถ้ามีขนจมูกยาว อาจต้องตัดขนจมูกส่วนที่ยื่นเลยรูจมูกออกมา
         
- จับแผ่นที่ยึดติดของที่ปิดจมูก และลอกที่ปิดจมูกนี้ออกมาด้วยความนุ่มนวล

2. จัดตำแหน่ง        
            - ยืดริมฝีปากบน หรือบริเวณส่วนล่างของรูจมูกลงล่าง คล้ายเวลาโกนหนวดบริเวณเหนือริมฝีปากบน
            - ส่องกระจก จัดตำแหน่งให้รูหายใจตรงกลางของเครื่องมือนี้ตรงกับรูจมูก และแนวยาวของเครื่องมือนี้ขนานกับแนวยาวของจมูก
            - จับติ่งของที่ปิดจมูก ให้ชี้ออกนอกไปยังลูกตาข้างเดียวกัน
3. วาง 
        
- เมื่อจัดตำแหน่งได้เหมาะสมแล้ว จึงปิดที่แปะเพื่อให้แนบสนิท และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีรอยย่นเกิดขึ้น เพื่อไม่ให้อากาศรั่วออกไป โดยใช้นิ้วกดที่เทปติดโดยรอบ

4. ตรวจสอบ          
            - ตรวจสอบว่าติดได้ดีหรือไม่ รูจมูกทั้ง 2 ข้าง ต้องมีที่ปิดจมูกติดอยู่
            - ตรวจสอบให้ดีว่า เทปปิดไม่ไปอุดกั้นรูที่ให้ลมหายใจผ่านเข้า-ออกของที่ปิดจมูกอีกข้าง
            - ใช้นิ้วมาอังทดสอบตรงรูเปิด และทดสอบโดยลองหายใจออกทางจมูก เพื่อตรวจสอบว่าไม่มีการรั่วของอากาศ และไม่ควรรู้สึกว่ามีลมรั่วออกมารอบๆ เครื่องมือนี้

5. หายใจ
         -
ลองหายใจเข้าทางปาก หรือทางที่ปิดจมูก ดูว่าหายใจทางไหนรู้สึกสบายกว่ากัน ที่จะนอนหลับ ก็หายใจทางนั้น
 
        - ตรวจสอบว่าติดเครื่องมือนี้ถูกต้องหรือไม่ โดยพยายามหายใจออกทางจมูก ขณะที่ปิดปาก ผู้ป่วยจะรู้สึกคล้ายมีแรงต้านทานเกิดขึ้น ซึ่งเป็นปกติ และแสดงว่าเครื่องมือนี้ทำงาน  แรงต้านหรือความดันที่เกิดขึ้นนี้ ผู้ป่วยอาจรู้สึกอึดอัดในระยะแรก โดยทั่วไป ผู้ป่วยจะค่อยๆ คุ้นเคยกับความรู้สึกนี้ หลังใช้ไปแล้วหลายคืน (เฉลี่ย 1 สัปดาห์ หรือมากกว่า)  และในที่สุดมักจะยอมรับและร่วมมือในการใช้มากขึ้น

         - หายใจออกทางปาก จนกระทั่งหลับไป เพราะจะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายกว่าหายใจออกทางจมูก ซึ่งผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับมาหายใจทางจมูกเองโดยอัตโนมัติ หลังจากหลับแล้ว ซึ่งเครื่องมือนี้จะเริ่มทำงาน

            - ควรผ่อนคลาย ไม่ควรทำกิจกรรมอื่นใด ขณะสวมเครื่องมือนี้  พยายามนอนหลับและเตรียมแก้วที่มีน้ำดื่มไว้ข้างเตียง ในกรณีที่ตื่นมาแล้ว รู้สึกคอแห้ง จะได้มีน้ำไว้ดื่ม

            - ใช้ที่ปิดจมูกนี้ซ้ำๆ ต่อกันทุกคืน จะทำให้ผู้ป่วยเคยชินกับการรักษาด้วยวิธีนี้ ถ้าตื่นมากลางดึก แล้วรู้สึกอึดอัดก็สามารถถอดเครื่องมือนี้ออกได้ แล้วพยายามลองใหม่ในวันรุ่งขึ้น ซึ่งเหตุการณ์นี้อาจจะเกิดขึ้นหลายคืน กว่าผู้ป่วยจะรู้สึกคุ้นเคยในการใช้เครื่องมือนี้
            - หลังใช้ค่อยๆ ดึงที่ปิดจมูกนี้ออกจากจมูก ผู้ป่วยที่มีผิวหนังไวมากๆ ควรเอาเครื่องมือออกโดยใช้น้ำอุ่น หรือดึงออกขณะที่อาบน้ำ

    คำเตือน  

                 - ผู้ป่วยที่รู้สึกแพ้ส่วนประกอบใดๆ ของเครื่องมือชนิดนี้ เช่น อาจมีผื่น, แผลรอบๆ จมูก ควรหยุดใช้
- ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องมือนี้แล้ว ไม่สามารถหายใจทางปาก หรือรู้สึกอึดอัดมาก เมื่อหายใจผ่านทาง

เครื่องมือนี้ หรือมีเลือดกำเดาไหล ควรหยุดใช้
           
- ไม่ควรใช้เครื่องมือ 1 ชิ้น ยาวนานมากกว่า 1 คืน  ควรใช้คืนเดียวแล้วทิ้ง เพราะการใช้ซ้ำๆ หลายๆ คืน จะทำให้เทปติด ลดความแน่น ทำให้อาจมีลมรั่วออกมา ทำให้ประสิทธิภาพในการใช้งานลดลง

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้

            - ปากแห้ง, คอแห้ง, ริมฝีปากแห้ง
- น้ำมูกไหล, คัดจมูก
- รู้สึกอึดอัดในจมูก, ไซนัส, คอ, หู และอาจมีเลือดกำเดาไหล
- ปวดศีรษะ
- แพ้ เช่น ผิวหนังที่มีปิด เกิดการระคายเคือง
- นอนหลับยาก รู้สึกกังวล
- เวียนศีรษะ