โรคสุกใส (Chicken pox)

โรคสุกใส (Chicken pox)

 

ผศ.พญ.จรัสศรี  ฬียาพรรณ

นางรษิกา  ฤทธิ์เรืองเดช

 พญ.พิชญา  มณีประสพโชค

          รศ.พญ.วรัญญา  บุญชัย

          ผศ.ดร.นพ.สุขุม  เจียมตน

ภาควิชาตจวิทยา

Faculty of Medicine Siriraj Hospital

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

 

โรคสุกใสคืออะไร ?

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่มีชื่อว่า ไวรัสวาริเซลลา (varicella virus) เป็นเชื้อตัวเดียวกับที่ทำให้เกิดงูสวัด ติดต่อโดยการหายใจเอาเชื้อไวรัสที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ มีระยะฟักตัว 10 - 20 วัน

โรคนี้เมื่อเป็นแล้ว มักมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิต และผู้ป่วยส่วนใหญ่จะไม่เป็นซ้ำอีก แต่เชื้ออาจหลบซ่อนอยู่ในปมประสาท และมีโอกาสเป็นงูสวัดได้ในภายหลัง

 

อาการของโรคสุกใสเป็นอย่างไร ?

เด็กจะมีไข้ต่ำ ๆ อ่อนเพลียและเบื่ออาหาร ในผู้ใหญ่มักมีไข้สูงและปวดเมื่อยตามตัว ผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นขึ้น พร้อมกันกับไข้หรือ 1 วันหลังจากมีไข้ เริ่มแรกจะขึ้นเป็นตุ่มแดงก่อน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำและมีอาการคัน ผื่นจะเริ่มที่หน้ากระจายไปที่ลำตัวและแขนขา ต่อมาจะกลายเป็นหนองหลังจากนั้น 2 - 4 วัน ก็จะตกสะเก็ด บางรายมีตุ่มขึ้นในช่องปาก ทำให้ปากเปื่อยลิ้นเปื่อย เจ็บคอ เนื่องจากผื่นของโรคนี้จะขึ้นไม่พร้อมกันทั่วร่างกาย ดังนั้นจะพบว่าบางที่ขึ้นเป็นผื่นแดงราบ บางที่เป็นตุ่มใส บางที่เป็นตุ่มหนอง และบางที่เริ่มตกสะเก็ด

อาการแทรกซ้อนของโรคสุกใส ?

  พบได้น้อยในเด็ก แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่อาจพบภาวะ แทรกซ้อนมากขึ้น ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยคือ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ทำให้ตุ่มน้ำกลายเป็นหนองและอาจทำให้กลายเป็นแผลเป็นได้ ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงแต่พบได้น้อยคือ ปอดอักเสบและสมองอักเสบ

     ถ้ามีการติดเชื้อสุกใสในหญิงตั้งครรภ์ระยะสามเดือนแรก อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้ นอกจากนี้หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นสุกใสในระยะก่อนคลอด 5 วันหรือหลังคลอด 2 วัน ทารกที่เกิดมาอาจเป็นสุกใสชนิดรุนแรงได้
การรักษาและการปฏิบัติตัวของโรคสุกใส

- โรคส่วนใหญ่ อาการไม่รุนแรง และหายเองได้

            - แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส เช่น acyclovir ในผู้ป่วยเด็กที่มีโรคเรื้อรังและผู้ป่วยที่เป็นผู้ใหญ่เนื่องจากมีแนวโน้มจะเกิดอาการและภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง  

            - ผู้ป่วยควรพักผ่อนและดื่มน้ำมาก ๆ

            - ถ้ามีไข้สูง ควรใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวบ่อย ๆ และรับประทานยาพาราเซตามอลบรรเทาไข้

            - หลีกเลี่ยงการรับประทานยาลดไข้กลุ่มแอสไพริน เพราะอาจก่อให้เกิด Reye’s syndrome ซึ่งมีอาการสมองและตับอักเสบรุนแรง

            - ถ้ามีอาการคัน ให้รับประทานยาแก้แพ้และทายาคารามายด์

            - ใช้น้ำเกลือกลั้วปากถ้ามีอาการปากเปื่อยลิ้นเปื่อย

            - ตัดเล็บสั้น ไม่แกะเกา และอาบน้ำฟอกสบู่ให้สะอาด เพื่อป้องกันมิให้ตุ่มกลายเป็นหนองและแผลเป็น

 

การป้องกันการแพร่กระจายของโรคสุกใส ?

            - เนื่องจากโรคสุกใสสามารถแพร่กระจายได้ง่ายโดยทางการหายใจ จึงควรแยกผู้ป่วยออกจากเด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน

            - ควรหยุดเรียนหรือหยุดงาน พักผ่อนอยู่บ้านเพื่อป้องกันมิให้แพร่เชื้อให้คนอื่น

            - ระยะแพร่เชื้อติดต่อให้คนอื่นคือ ตั้งแต่ 24 ชั่วโมง ก่อนมีผื่นขึ้นจนกระทั่งถึง 6 วันหลังผื่นขึ้น

การป้องกันโรคสุกใส ?

ในปัจจุบันมีวัคซีนฉีดป้องกันโรคสุกใส ซึ่งจะป้องกันการติดเชื้อได้ หรือถ้ามีการติดเชื้อจะสามารถลดความรุนแรงลงได้ แนะนำให้ฉีด 2 ครั้ง ครั้งแรกในเด็กอายุ 12 - 15 เดือนและครั้งที่สองในเด็กอายุ 4 - 6 ปี