พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"...คนเราถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย
เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย
ถ้ามีความคิดอันนี้ มีความคิดว่าทำอะไรต้องพอเพียง
หมายความว่าพอประมาณ ซื่อตรง ไม่โลภอย่างมาก คนเราก็อยู่เป็นสุข.."

พระราชดำรัส พระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ
ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย 4 ธันวาคม 2542


ทานนี่เป็นสิ่งที่สำคัญมาก

“...สิ่งที่สูงสุดก็คือตัด  ทุกคนก็อยากตัด
เพื่อให้ได้ไปนิพพาน  ตัดทุกข์  ตัดไม่ให้มีเหลือ
ถ้าเราตัดทุกข์ได้ยาก ก็ต้องหัดตัดอะไรๆ ที่ง่าย
ก็ฝึกในการตัด  ตัดนี่คือ  สละ...”


อย่าไปผิดในทางศีล

“...อย่าไปโกงเขา  อย่าไปขโมยเขา  อย่าไปฆ่าเขา
อย่าไปผิดในทางศีล 5 ที่มีอยู่
ถ้าไม่ผิดอันนั้นความเจริญก็มา...”


หวังในบารมีให้ปกเกล้า

“...แต่ละคนต้องการอะไร  ก็ต้องการความสุข
คือความสงบ  ความสุขและความสงบนั้นจะเกิดขึ้นได้
ก็ด้วยตนเอง  ฉะนั้น  ที่จะให้คนอื่นมาปกป้องรักษา
ก็เป็นสิ่งที่ยากถ้าตัวเองไม่ทำ...”


สร้างคัมภีร์

“...ธรรมะที่อยู่ในคัมภีร์นั้นเป็นธรรมที่ดีอยู่แล้ว
แต่ถ้าเราไม่ได้รับมาใส่จิตเรา  ไม่ได้รับมาพิจารณา
ไม่ได้มาดูเหตุเทียบเคียงกับจิตของเรา
ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย...”


หยุดคิดสักนิด

“...หยุดคิดสักนิดเดียวก็พอ
คือว่าเรามีปัญหาอะไร
แทนที่จะอ้าปากทันทีที่จะพูดไป
เราหยุดคิดสักนิด  ถ้าฝึกไว้ดีๆ
แม้แต่วินาทีเดียวก็พอ  แล้วก็ไม่ทำผิด...”


บำบัดอย่างพุทธ

“...ถ้าไม่ได้สั่งสอนหรือบอกว่ายังเด็กเกินไป
แล้วก็น่ารัก  ปล่อยมันตามเรื่องตามราวหรือตามใจ
ของพ่อแม่หรือตามใจของผู้ใหญ่  เด็กนั้นจะเสีย
ซึ่งปรากฏมาแล้วว่าเด็กเสียเพราะว่าตามใจ...”


คำว่า  "สามัคคี"

“...ที่ว่าพ่อแม่ตีลูกรู้สึกว่าดุร้าย
ที่จริงการตีลูกนั้นก็เป็นความเมตตากรุณา
เพราะว่าเป็นการตักเตือน
ถ้าหากว่าพ่อแม่ตีลูกด้วยโทสะ
ด้วยความโกรธเคือง  นั้นนะไม่ดี
แต่ถ้าตีลูกเพราะอยากให้เข้าใจ  นั้นนะเป็นเมตตา...”

 

 

< กลับหน้าสาระน่ารู้