ชุมนุมพุทธธรรมศิริราช

ข้อมูลทั่วไป

ชุมนุมพุทธธรรมศิริราช เกิดมาจากสายใยแห่งความรัก และผูกพันของชาวศิริราช เริ่มจากอาจารย์ แพทย์ด้วยกัน และอาจารย์แพทย์ไปสู่ลูกศิษย์ ซึ่งครู อาจารย์จะรักศิษย์เสมือนลูก มีแต่ความปรารถนาดีที่จะให้กับลูกศิษย์ ทั้งความรู้ และการดำรงชีวิตอย่างมีค่า โดยอาศัยหลักธรรมะในพระพุทธศาสนาทำให้ มีความสุขกายสบายใจ

ศ. นพ.อวย เกตุสิงห์ หัวหน้าภาควิชาสรีรวิทยาในขณะนั้นเป็นแกนกลางในการก่อกำเนิดของชุมนุมพุทธธรรมศิริราช โดยชักชวนอาจารย์ในภาควิชา และอาจารย์ท่านอื่น ๆ ที่สนใจมาร่วมสนทนากันในตอนเที่ยง เกี่ยวกับธรรมะของพระพุทธเจ้าและการนำไปใช้ซึ่งในชีวิตแพทย์จะต้องใช้หลักธรรมต่าง ๆ ที่พระพุทธเจ้าทรงมีเมตตาสั่งสอนไว้ ซึ่งถือเป็นสมบัติล้ำค่าของคนไทยในปัจจุบัน กิจกรรมเหล่านี้ ได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ผู้ใหญ่ที่ต้องขอกล่าวถึง คือ ศ. นพ.สุด แสงวิเชียร และศ. นพ.อุดม โปษกฤษณะ ที่ทำให้ชื่อเสียงของชุมนุมพุทธธรรมศิริราช เป็นที่เชื่อถือและมีคนสนใจเข้ามาร่วมกิจกรรม มากขึ้น ๆ ทุกที ชุมนุมพุทธธรรมศิริราชจึงได้ก่อนกำเนิดขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ในปี พ.ศ. ๒๕๐๓

พ.ศ. ๒๕๑๒ ศ. นพ.อวย เกตุสิงห์ ได้เกษียณอายุราชการ ศ. นพ.โรจน์ สุวรรณสุทธิ ได้เข้ามาทำหน้าที่แทน ในช่วงนี้เองที่กิจกรรมของชุมนุมพุทธธรรมศิริราชได้ขยายออกไปกว้างขวางมากขึ้น และได้ลงมาถึงนักศึกษาแพทย์ อย่างจริงจังโดยมีโครงการวิจัยซึ่งน่าจะเป็นงานวิจัยชิ้นแรกทางพระพุทธศาสนาในเมืองไทยที่นำเอานักศึกษาแพทย์มาเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้นักศึกษาแพทย์ได้เห็นประโยชน์ของธรรมะในพระพุทธศาสนาแบบเป็นรูปธรรม ซึ่งผลของงานวิจัยก็ออกมาอย่างน่าพอใจ

เมื่อมีการรวมตัวกันเป็นปึกแผ่นแล้ว ทางคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ก็ให้การสนับสนุนสถานที่ ที่ตึกผู้ป่วยนอกเก่า ชั้น ๑ เป็นสถานที่รวมตัวกันทำกิจกรรมต่าง ๆ ทั้ง สวดมนต์ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือธรรมะ และเตรียมอุปกรณ์สำหรับให้นักศึกษาแพทย์ไปบวชภาคฤดูร้อน ตลอดจนผู้สนใจมาร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อคณะฯ

ชุมนุมพุทธธรรมศิริราชอยู่ภายใต้กฎแห่งธรรมชาติ คือ เมื่อมีความเจริญรุ่งเรืองแล้ว ก็ต้องมีความเสื่อม แต่ด้วยเสียงเรียกร้องของชาวศิริราชให้รื้อฟื้นชุมนุมพุทธธรรมศิริราชขึ้นมาใหม่ จากนั้นมีการพัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ มีกิจกรรมที่หลากหลาย มีโครงการธรรมะในหอผู้ป่วย มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อหารายได้ในการบริหารงานชุมนุม จนมีผู้บริหารของคณะระดับรองคณบดีมาเป็นประธานของชุมนุมพุทธธรรมศิริราช และมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงจนได้รับงบประมาณของคณะมาสนับสนุน จนในสมัยของคณบดีคนปัจจุบันมีการแต่งตั้งรองคณบดีฝ่ายคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งสามารถคัดเลือกประธานชุมนุมพุทธธรรมศิริราชได้อย่างอิสระ แต่รองคณบดีจะต้องดูแลการบริหารงานทุกเรื่อง ทำให้ปัญหาเรื่อง การบริหารงานต่าง ๆ หมดไป และกิจกรรมของชุมนุมพุทธธรรมศิริราช ก็ขยายอย่างเป็นระบบมากขึ้นตามลำดับ มีสำนักงานและมีเจ้าหน้าที่ประจำปฎิบัติงานตามภาระงานต่าง ๆ ดูแลชุมนุมพุทธธรรมศิริราชและส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมของศิริราชที่มีมายาวนานให้เป็นรูปธรรมมากขึ้นในทุกระดับ ทั้งนักศึกษาแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตลอดจนกิจกรรมที่ไปถึงหอผู้ป่วยและญาติ ออกไปจนถึงชุมชนโดยรอบ และมีนโยบายที่จะขยายขอบเขตให้กว้างขวางต่อไปอีก นโยบายและสิ่งที่เป็นหลักการในการจัดกิจกรรมต่าง ๆ นั้น ในทางโลกจะมาจาก “คำสอนของสมเด็จพระบรมราชชนก” ที่ถูกสอนต่อ ๆ กันมาจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และเพิ่มเติมด้วยหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และทางธรรมก็จะมาจากธรรมะในพระพุทธศาสนาเป็นหลัก

โครงการต่างๆของหน่วยงาน