ข้อความนี้อยู่ในพระราชหัตถเลขาที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมี ไปถึงคณะกรรมการจัดสร้างโรงพยาบาล แสดงถึงพระราชปณิธานที่ทรงมุ่งมั่นจะให้มี โรงพยาบาล เพื่อเป็นประโยชน์แก่มหาชนนิกรทั่วไป ทรงสละพระราชทรัพย์ให้ตั้งขึ้น เป็นทานในการรักษาโรค และป้องกันความทุกข์ยากของชนทั้งหลายที่จะเกิดจากพยาธิ เมื่อโรงพยาบาลใหญ่ที่วังหลังเปิดให้บริการรักษาพยาบาลแล้ว จึงมีประกาศเปิดโรงพยาบาล อย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๑ ต่อมาทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานนามว่า โรงศิริราชพยาบาล


      พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสนพระราชหฤทัยในกิจการโรงพยาบาล ต่อเนื่องถึงการเปิดสอนวิชาแพทย์ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้จัดการเรียนการสอนขึ้นที่โรงพยาบาลศิริราช เรียกกันเบื้องต้นว่า โรงเรียนศิริราชแพทยากร เมื่อวันที่ ๕ กันยายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ จนสิบปีต่อมาจึงได้รับพระราชทานนามว่า ราชแพทยาลัย (Royal Medical College)


 


             
       ด้วยพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่ทรงมีต่อโรงพยาบาลศิริราชและราชแพทยาลัย พระบรมวงศานุวงศ์ร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นนิจ  ทำให้กิจการโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์ก้าวหน้าตามลำดับ หากแต่ในยุคสมัยที่การแพทย์ไทยยังขาดการพัฒนาถึงระดับมาตรฐานสากล ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกเมื่อครั้งดำรงพระยศเป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมขุนสงขลานครินทร์ ทรงละจากราชการทหารเรือ แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาวิชาแพทย์และสาธารณสุขพร้อมกันนั้นทรงช่วยเหลือพัฒนางานด้านการแพทย์ไทย ทรงร่วมปรับปรุงหลักสูตรวิชาแพทย์จากระดับแพทย์ประกาศนียบัตรเป็นระดับปริญญา จากราชแพทยาลัยเป็นคณะแพทยศาสตร์ ทรงเน้นให้พัฒนาทั้งด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล และงานวิจัย พระราชทานพระราชทรัพย์เป็นทุนการศึกษาให้อาจารย์และนักศึกษาได้ศึกษาฝึกอบรมในต่างประเทศ ทรงรับเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาแพทย์ด้านโครงการพัฒนาโรงพยาบาลศิริราช พระราชทานค่าใช้จ่าย ก่อสร้างอาคารระบบสาธารณูปโภค อุปกรณ์การแพทย์ และอื่นๆ ทรงสนับสนุนการทำวิจัยและการเผยแพร่ผลงานวิจัย

 

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล
เลขที่ 2 ถนนพรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700  หมายเลขโทรศัพท์ 02 419 7000