sirirajcme
Hot issues
 
  Fat Embolism Syndrome

อ.นพ.วรการ วิไลชนม์
ภาควิชาอายุรศาสตร์
สาขาเวชบำบัดวิกฤต


          Fat Embolism Syndrome สามารถพบได้ในทั้งสาเหตุจากการได้รับอุบัติเหตุ หรือการผ่าตัด (Injury) หรือสาเหตุอื่นๆ ที่มิใช่ Injury Classic Syndrome ได้พบในผู้ป่วยที่มีกระดูกหัก แล้วต่อมาเกิดอาการหายใจลำบากร่วมกับภาวะหมดสติในเวลาต่อมา เนื่องจากมี fat emboli ไปอุดกั้นตามอวัยวะต่างๆ การวินิจฉัยต้องอาศัย ความช่างสังเกต และต้องทราบปัจจัยเสี่ยงซึ่งได้แก่ ภาวะ trauma หรือการผ่าตัดของ soft tissue และกระดูก, การปลูกถ่ายไขกระถูก, การทำ liposuction, ภาวะ Burn, Osteomyelitis, Sickle cell disease, การใช้ lipid infusion เป็นต้น

          Pathophysiology

     ไขมันและกรดไขมัน (free fatty acid) เข้าไปในกระแสเลือดร่วมกับการกระตุ้นเกร็ดเลือด (platelets) ซึ่งทำให้เกิดการเกาะตัวของเกร็ดเลือดและไขมัน นอกจากนี้ยังมี การกระตุ้นให้เกิด toxic intermediate ทำให้เกิดอาการของ fat embolism syndrome อาการส่วนมากจะเกิด 24-32 hr. หลังจากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งมี classic trial คือ hypoxemia, neurologic abnormality และ petichial rash อาการอื่นๆ ที่อาจมีได้คือ retinopathy, coagulopathy, myocardial depression

        การวินิจฉัย

     ไม่มีการทดสอบใดที่มีความถูกต้องสูงในการวินิจฉัยโรคนี้ การวินิจฉัยเป็นการวินิจฉัยทางคลินิกซึ่งต้องรู้ปัจจัยเสี่ยง, อาการแสดง และการใช้การทดสอบที่ใช้แยกโรค จากภาวะอื่นๆ การพบไขมันจากเสมหะ, ปัสสาวะ หรือเลือดจาก pulmonary artery catheter เพียงอย่างเดียวไม่สามารถใช้วินิจฉัย fat embolism ได้ โดยเฉพาะใน setting ที่ไม่เหมาะสม

          Laboratory diagnosis

      การตรวจทางห้องปฏิบัติการจะพบว่ามีภาวะ hypoxemia, thrombocytopenia, urine fat เป็นผลบวก, การเพิ่มของกรดไขมัน (fatty acid) และ triglyceride ในเลือด

        การรักษา

     โดยส่วนใหญ่เป็นการรักษาประคับประคอง กล่าวคือการใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อให้ผู้ป่วยมีการหายใจ และ O2 ที่เพียงพอ/การให้สารน้ำ และยากระตุ้นหัวใจและหลอดเลือด เพื่อรักษา hemodynamics ให้คงที่เพื่อป้องกันภาวะ multiorgan dysfunction syndrome การรักษาโรคที่เป็นปัจจัยเสี่ยง เช่น การรักษากระดูกหักด้วยการ immobilization การใช้ steroid ในการป้องกัน fat embolism ในรายกระดูกหัก มีรายงานว่าได้ผลดีสามารถป้องกัน fat embolism ได้ แต่อย่างไรก็ดีการใช้ steroid ยังคงเป็น controversy อยู่ การใช้ heparin ทำให้ไขมัน chylomicron ในเลือดลดลง แต่ทำให้กรดไขมันสูงขึ้น และทำให้ fat embolism syndrome แย่ลง จึงไม่มีที่ใช้ในปัจจุบัน

     Copyright 2002 UpToDate WWW.uptodate.com

 
sirirajCME


Web Site นี้เหมาะสำหรับ Internet Explorer 5.0 ขึ้นไป
ลิขสิทธิ์©ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล