sirirajcme
Hot issues
 
  โรคลีเจียนแนร์ (Legionnaire's Disease)

รศ.นพ.วันชัย เดชสมฤทธิ์ฤทัย
สาขาวิชาโรคระบบการหายใจและวัณโรค


     เป็นโรคปอดอักเสบที่เกิดจากเชื้อ Legionella ซึ่งประมาณร้อยละ 90 เป็นเชื้อ Legionella pneumophila มีรายงานอุบัติการณ์ประมาณ ร้อยละ 1-15 ของปอดอักเสบ เกิดในชุมชน (community-acquired pneumonia) ทั้งหมด สำหรับในประเทศไทย ยังไม่มีข้อมูลแน่ชัด เชื้อ Legionella pneumophila ยังพบเป็นสาเหตุของ nosocomial pneumonia ประมาณร้อยละ 1-4 เชื้อนี้ทำให้เกิดกลุ่มอาการได้ 2 รูปแบบ ได้แก่ "Pontiac fever" ซึ่งจะทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ โดยที่ไม่มีภาวะปอดอักเสบ อีกรูปแบบหนึ่งคือ "Legionnaire's disease" ซึ่งจะพบว่ามีปอดอักเสบร่วมด้วย ลักษณะทางคลินิกของ Legionnaire's disease นั้น อาจมีความรุนแรงน้อย ค่อยเป็นค่อยไป เหมือน atypical pneumonia หรืออาจมีความรุนแรงมากเหมือนปอดอักเสบจากเชื้อ Streptococcus pneumoniae ได้ ระยะพักตัวของเชื้อ 2-10 วัน ผู้ป่วยจะมีอาการไข้, ปวดศีรษะ และอาการนอกปอดที่พบบ่อยคือ อาการท้องเดิน (diarrhea) ซึ่งพบประมาณร้อยละ 25-50 และเป็น watery diarrhea นอกจากนั้นยังอาจพบอาการคลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้องได้ พบมีอาการเจ็บหน้าอก (pleuritic chest pain) ได้ประมาณร้อยละ 30-40 ซึ่งช่วยแยกโรคจากเชื้อ mycoplasma ที่มักจะไม่พบอาการเจ็บหน้าอก นอกจากนั้นผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีความผิดปกติของการรู้สติ (mental confusion) ร่วมด้วย การตรวจทางห้องปฏิบัติการอาจพบมีภาวะ hyponatremia และมีความผิดปกติของหน้าที่การทำงานของตับร่วมด้วย ภาพรังสีทรวงอกพบมี infiltration ตั้งแต่วันที่ 3 ของโรค ซึ่งเป็นได้ทั้ง patchy infiltration หรือ interstitial infiltration และพบมี pleural effusion ร่วมด้วย ประมาณร้อยละ 24-63 อาจต้องใช้เวลาถึง 6 เดือน ก่อนที่ infiltration นั้นจะหายไป ขึ้นกับความรุนแรงของพยาธิสภาพ
     การวินิจฉัย Legionnaire's disease โดยอาศัยลักษณะทางคลินิกนั้นทำได้ยาก เนื่องจากลักษณะทางคลินิกทับซ้อนกับโรคปอดอักเสบจากเชื้ออื่นๆ ดังนั้นการวินิจฉัยที่แน่นอนต้องอาศัยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งมีหลายวิธี แต่ที่ใช้กันแพร่หลายและสะดวกกว่าวิธีอื่น คือการตรวจหา antigen ของเชื้อในปัสสาวะ หรือการตรวจทาง serology (IFA) โดยเปรียบเทียบ acute และ convalescent titer
     สำหรับการรักษานั้น เนื่องจากโดยส่วนใหญ่มักจะไม่สามารถให้การวินิจฉัยเชื้อก่อโรคได้ในระยะแรก การเลือกยาต้านจุลชีพจึงเป็น empiric therapy ให้ครอบคลุมเชื้อก่อโรคที่น่าจะเป็น สำหรับยาต้านจุลชีพที่ใช้ได้ผลกับเชื้อ Legionella ได้แก่ ยาในกลุ่ม macrolides, new generation fluoro-quinolones เป็นต้น

 
 
sirirajCME


Web Site นี้เหมาะสำหรับ Internet Explorer 5.0 ขึ้นไป
ลิขสิทธิ์©ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล