คำแนะนำการดูแล รักษา และป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่ 2009

สำหรับประชาชนทั่วไป

  1. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยน้ำ และสบู่ หรือใช้แอลกอฮอล์เจลทำความสะอาดมือ
  2. ไม่ใช้สิ่งของ เช่น แก้วน้ำ หลอดดูดน้ำ ช้อนอาหาร ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ร่วมกับผู้อื่น
  3. ไม่ควรคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไข้หวัด
  4. กินอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ นม ไข่ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ๆ และใช้ช้อนกลาง
  5. นอนหลับพักผ่อนให้พียงพอ
  6. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  7. ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเทไม่ดี เป็นเวลานานโดยไม่จำเป็น

สำหรับผู้ป่วยสารพัดหวัด....

1. การเข้ารับการตรวจรักษา
 
ผู้ป่วยไข้หวัดทั่วไป ที่มีอาการไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ไข้ไม่สูง รับประทานอาหารได้ ควรรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลทั่วไปใกล้บ้าน
- ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ มีอาการไข้ไม่สูง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ มีน้ำมูก รับประทานอาหารได้ และเป็นผู้มีสุขภาพแข็งแรง
- ควรรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลทั่วไปใกล้บ้าน
- ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ ผู้ป่วยที่มีสุขภาพแข็งแรงจะมีอาการเหมือนไข้หวัดใหญ่ที่พบตามปกติ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ไอ เจ็บคอ
* ส่วนใหญ่ (ร้อยละ 95) มีอาการไม่รุนแรง และสามารถหายป่วยได้เอง
• ผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง
  ควรรับการตรวจรักษาที่สถานพยาบาลทั่วไปใกล้บ้าน
• ผู้ที่มีอาการรุนแรง
  ควรรับการตรวจรักษาที่โรงพยาบาล
2. การดูแลรักษาตนเองที่บ้าน
 
2.1 การปฏิบัติตัว
  - พักผ่อนให้เพียงพอ (คืนละ 6-8 ชั่วโมง) ไม่นอนดึก
  - ดื่มน้ำมาก ๆ
  - รับประทานยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ แก้ปวดศีรษะและปวดเมื่อย
  - รับประทานยาลดน้ำมูก หากมีอาการคัดจมูกมีน้ำมูก
  * ห้าม รับประทานยาแอสไพริน
2.2 การสังเกตอาการตนเอง
 
ควรมาพบแพทย์ เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้
- อาการไข้สูง ปวดเมื่อยเนื้อตัว ไอ ไม่ดีขึ้นภายใน 2 วัน
- ไข้สูง ซึม นอนซม
- อาเจียนมาก รับประทานอาหารไม่ได้
- ไอมาก
- รู้สึกเหนื่อย หายใจลำบาก หอบ
- เจ็บหน้าอกเวลาไอหรือหายใจทุกครั้ง
* อาการดังกล่าวอาจเกิดจากโรคแทรกซ้อน”ปอดบวม” ซึ่งพบได้ในผู้ที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่ (ทั้งไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกลาและไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่) จำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยแพทย์อีกครั้ง
3. การป้องกันการติดเชื้อไปสู่สมาชิกในครอบครัวและผู้อื่น
 
- ผู้ป่วยใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือใช้แอลกอฮอล์เจลถูมือบ่อย ๆ
- หยุดเรียนหรือหยุดทำงาน และพักอยู่ที่บ้านจนหายป่วย (ประมาณ 3-7 วัน)
- ใช้ผ้าหรือกระดาษทิชชู่ปิดปากและจมูกทุกครั้งที่ไอหรือจาม
- ทิ้งกระดาษทิชชู่ที่เปื้อนเสมหะในถังขยะที่มีฝาปิด
คำแนะนำสำหรับผู้ป่วยที่ได้รับ “ยาโอเซลทามิเวิยร์” (OSELTAMIVIR)
หากมีอาการต่อไปนี้ กรุณากลับมารับการตรวจอีกครั้งที่ ห้อง 120 ตึกผู้ป่วยนอก ชั้น 1 รพ. ศิริราช
1. หอบเหนื่อย
2. กินไม่ได้คลื่นไส้อาเจียน
3. ไข้ไม่ลด หลังจากกินยาแล้ว 2 วัน
4. มีผื่นขึ้น

คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล