โรคหู คอ จมูก และภูมิแพ้

  โรคจมูก
 
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน (Assoc. Prof. PARAYA ASSANASEN)
 

โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ
(Atrophic Rhinitis  or
 Ozaena)

รศ.นพ.ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาวิชาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ  เป็นโรคที่เยื่อบุจมูกมีการเปลี่ยนแปลงจากเยื่อบุทางเดินหายใจเป็นเยื่อบุที่ปกคลุมผิวหนัง ทำให้เยื่อที่บุในจมูกเหี่ยวฝ่อ และกระดูกที่เป็นโครงสร้างอาจเล็กลงไปมากด้วย  ซึ่งจะทำให้น้ำมูกในจมูกตกค้าง และแห้งเป็นสะเก็ด เกาะติดอยู่บนเยื่อบุจมูก   เมื่อสะสมกันมากขึ้น อาจอุดกั้นโพรงจมูก และทำให้เกิดกลิ่นเหม็นได้
โรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อ นี้แบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ
            1. ชนิดที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ เชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน, การติดเชื้อ, ภาวะโภชนาการที่ไม่ดีเนื่องจากขาดสารอาหารบางอย่าง, พันธุกรรม, ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน 
            2. ชนิดที่มีสาเหตุ หรือเกิดขึ้นตามหลังโรคบางชนิด เช่น  วัณโรค, โรคเรื้อน, ซิฟิลิส, ไซนัสอักเสบเรื้อรัง, หลังการทำผ่าตัดจมูกและไซนัส, หลังการฉายแสงรักษามะเร็งของจมูกและไซนัส หรือ อุบัติเหตุ

อุบัติการ
            โรคนี้พบบ่อยในผู้หญิง โดยมักเริ่มเป็นเมื่ออายุ 13 - 15 ปี   มักพบโรคนี้ได้บ่อยในประเทศกำลังพัฒนา  เช่น  อียิปต์, อินเดีย, จีน     ในประเทศไทยพบได้บ้าง       จากการศึกษาโรคนี้ในประเทศไทย   พบว่าอัตราส่วนที่พบในผู้หญิงต่อผู้ชาย  = 5.6  : 1   อายุต่ำสุดที่พบเริ่มเป็นคือ 5 ปี   โดยผู้ป่วยมักมีอาการตั้งแต่ 6 เดือน ถึงมากกว่า 20 ปี

อาการ
         
ผู้ป่วยมักได้รับการบอกเล่าจากคนใกล้ชิด าจมูกมีกลิ่นเหม็น    นอกจากนี้อาจมีอาการคัดจมูก  ซึ่งเกิดจากการสะสมของสะเก็ดภายในช่องจมูกจนอุดตัน  อาการจมูกไม่ได้กลิ่นอาจพบได้บ้าง  นอกจากนั้นผู้ป่วยอาจมาด้วยเลือดออกจากจมูกได้

อาการแสดง
            จากการตรวจจมูกจะพบสะเก็ดเป็นแผ่นแห้งสีเหลืองปนน้ำตาล หรือเขียว  เกาะอยู่บนเยื่อบุโพรงจมูก     เมื่อดึงสะเก็ดออก จะเห็นหนองบางๆ เคลือบอยู่บนเยื่อบุ     หลังทำความสะอาด จะเห็นว่าเยื่อบุจมูกมีลักษณะเหี่ยวฝ่อทั่วไป  โพรงจมูกค่อนข้างกว้างมาก

การวินิจฉัย
            สามารถให้การวินิจฉัยโดย การซักประวัติ   และตรวจร่างกาย   โดยมีอาการและอาการแสดงดังกล่าวข้างต้น    การสืบค้นเพิ่มเติมที่ควรทำได้แก่การตรวจเซลล์ในเยื่อบุจมูก, การเพาะเชื้อแบคทีเรียจากน้ำมูก หรือ สะเก็ด  นอกจากนี้อาจส่งหาความไวของเชื้อต่อยาต้านจุลชีพชนิดต่างๆ, การถ่ายภาพรังสีของจมูกและไซนัส   เพื่อดูว่ามีไซนัสอักเสบร่วมด้วยหรือไม่  อาจเจาะเลือดดูว่ามีซีดจากการขาดเหล็กหรือไม่  ตรวจดูภาวะโภชนาการ   ตรวจ VDRL เมื่อสงสัยการติดเชื้อซิฟิลิส   ในรายที่สงสัยวัณโรค หรือโรคเรื้อน อาจทำการตัดชิ้นเนื้อในโพรงจมูก

การรักษา
            เริ่มด้วยการอธิบายเรื่องโรค และการดำเนินของโรค ให้ผู้ป่วยทราบ ในรายที่มีสาเหตุ ควรรักษาตามอาการ และรักษาสาเหตุ  ส่วนในรายที่เป็นชนิดที่เกิดขึ้นเองโดยไม่ทราบสาเหตุ การรักษาจะเป็นการรักษาตามอาการเท่านั้น การรักษาตามอาการคือ
            1.  ทำความสะอาดภายในจมูกโดยการเอาสะเก็ดออก และดูดหนองและน้ำมูกออกจนสะอาด  แล้วล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ วันละ 2 –3 ครั้ง
            2.  หลังทำความสะอาด  อาจใช้ยาหยอดจมูก หยอดจมูกเพื่อทำให้สะเก็ดอ่อนตัว และ กลิ่นเหม็นน้อยลง (ที่ใช้ใน รพ.ศิริราช มี 2 ชนิด คือ (1)  5% alcohol + 3% glycerine + isotonic saline และ (2)  50% glucose + 50% glycerine)
            3.  ยาต้านจุลชีพ  อาจต้องให้เป็นครั้งคราว  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีผลการเพาะเชื้อขึ้น   จากประสบการณ์ในการรักษาผู้ป่วยโรคนี้ในประเทศไทยพบว่า  การให้ยาต้านจุลชีพทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น  
            4.  แก้ไขภาวะทุพโภชนาการ  เช่น ให้ผู้ป่วยกินอาหารโปรตีนมากขึ้น  และให้วิตามิน, เกลือแร่, ธาตุเหล็ก  นอกจากนั้น ผู้ป่วยจะถูกนัดมาทำความสะอาดในจมูกเป็นระยะๆเพื่อติดตามดูการตอบสนองต่อการรักษา และเฝ้าระวังไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อนขึ้น

การรักษาโดยการผ่าตัด    
            ในรายที่ให้การรักษาโดยใช้การรักษาตามอาการแล้วไม่ดีขึ้น  อาการคนไข้ยังมากอยู่  อาจพิจารณาการผ่าตัด เนื่องจากการที่มีโพรงจมูกกว้าง  ทำให้ปริมาตรของอากาศผ่านเข้าออกจมูกค่อนข้างมากในการหายใจเข้าออกแต่ละครั้ง  ทำให้จมูกต้องทำงานหนักในการให้ความชื้น และความร้อนแก่อากาศที่หายใจเข้าไป      เยื่อบุจมูกจึงแห้งได้ง่าย       จึงมีการผ่าตัดเพื่อทำให้โพรงจมูกแคบลง โดยการใส่วัสดุได้แก่พวกสารสังเคราะห์ หรือใส่เนื้อเยื่อของผู้ป่วยเอง ซึ่งพบว่ามีปฏิกิริยาต่อต้านน้อยกว่าสารสังเคราะห์     แต่ในระยะยาว อาจมีการละลาย และถูกดูดซึมหายไปได้ นอกจากนั้นยังมีการผ่าตัดปิดรูจมูกเพื่อไม่ให้อากาศผ่านเข้าไปได้อีกหรือเข้าไปได้แต่น้อย ซึ่งพบว่า เยื่อบุจมูกกลับคืนสู่สภาพปกติได้หลังจากการผ่าตัดไปแล้ว 2 – 3 ปี        ในรายที่มีไซนัสอักเสบร่วมด้วย การทำผ่าตัดรักษาไซนัสอักเสบและให้ยาต้านจุลชีพหลังผ่าตัดจะทำให้ผู้ป่วยโรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อมีอาการดีขึ้น 

ภาวะแทรกซ้อน
            1. ไซนัสอักเสบเรื้อรัง พบบ่อย เนื่องจากการทำงานของขนกวัดในโพรงจมูกเสียไป
            2. คอและกล่องเสียงอักเสบ   ในบางรายความผิดปกติของเยื่อบุจมูก  อาจลามมาที่ผนังคอ และกล่องเสียง   และแบคทีเรียที่เจริญอยู่ในโพรงจมูก  อาจถูกกลืนลงคอ ทำให้เกิดการอักเสบของคอ และกล่องเสียงได้ง่ายขึ้น
            3. ผนังกั้นช่องจมูกทะลุ  พบว่าผู้ป่วยบางราย อาจมีแผลที่บริเวณผนังกั้นช่องจมูกส่วนหน้า และลุกลามจนทำให้ทะลุได้
            4. สันจมูกยุบ   ถ้าพบผู้ป่วยโรคเยื่อจมูกอักเสบฝ่อที่ผนังกั้นช่องจมูกทะลุ  หรือ สันจมูกยุบควรหาสาเหตุเพราะอาจเป็นชนิดที่มีสาเหตุ หรือเกิดขึ้นตามหลังโรคบางชนิด เช่น  วัณโรค, โรคเรื้อน, ซิฟิลิสได้

 

 

 

 
พิมพ์
24/11/2553 10:55:33
 
ส่งต่อให้เพื่อน


ปิดหน้าต่าง