โรคหู คอ จมูก และภูมิแพ้

  โรคจมูก
 
โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ตอนที่ 1 รศ.นพ. ปารยะ อาศนะเสน (Assoc. Prof. PARAYA ASSANASEN)
 

โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ (Allergic Rhinitis) ตอนที่ 1

รศ.นพ.ปารยะ   อาศนะเสน
สาขาวิชาโรคจมูกและโรคภูมิแพ้
ภาควิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

คำจำกัดความ
            โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้มีคำจำกัดความในทางคลินิกตามอาการคือ เป็นโรคที่มีความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายชนิดที่มีอาการแสดงทางจมูก เกิดหลังจากได้รับสารก่อภูมิแพ้เข้าไป แล้วเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก ทำให้เกิดอาการคัน  น้ำมูกไหล  จาม และคัดจมูก   ตั้งแต่น้อย จนถึงเป็นมาก  

อุบัติการ
            โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้เป็นโรคที่พบได้บ่อยในประเทศไทย และประเทศอื่นๆทั่วโลก  อุบัติการของโรคนี้พบได้ประมาณร้อยละ 10-25 ของประชากรทั่วไป อุบัติการของโรคนี้มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ   โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ ที่มีมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น เชื่อว่าการที่มีปริมาณของสารก่อภูมิแพ้มากขึ้น  และประชากรสัมผัสกับสารก่อภูมิแพ้  และสารระคายเคืองในอากาศมากขึ้น ทำให้พบผู้ป่วยเพิ่มขึ้น    ในเด็กจะพบโรคนี้ ในเด็กชายบ่อยกว่าเด็กหญิง  แต่ในผู้ใหญ่จะพบในผู้หญิงได้บ่อยกว่าผู้ชาย    โรคนี้มักจะเริ่มแสดงอาการในวัยเรียนหรือวัยรุ่น

ความสำคัญ
            แม้ว่าโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้นี้มักไม่รุนแรง แต่มีผลต่อการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมของผู้ป่วย และมีผลต่อการเรียน และประสิทธิภาพในการทำงาน  ทำให้คุณภาพชีวิตทั้งทางด้านร่างกาย, จิตใจ  และการเข้าสังคมแย่ลง เมื่อเทียบกับคนปกติทั่วไป  ยิ่งกว่านั้นค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคนี้ก็มีมูลค่าสูงด้วย นอกจากนี้การที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง อาจเกิดโรคแทรกซ้อนตามมาได้ เช่นหูชั้นกลางอักเสบ   โรคหืด  ไซนัสอักเสบ  ริดสีดวงจมูก  นอนกรนและ/หรือ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

การจำแนกชนิดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้
            ในสมัยก่อนโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แบ่งโดยอาศัยระยะเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการออกเป็นชนิดที่เป็นเฉพาะฤดู (seasonal) และชนิดที่เป็นตลอดทั้งปี (perennial)  ส่วนการวินิจฉัยโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ใช้ประวัติอาการคัน  จาม น้ำมูกไหลและคัดจมูก     โดยมีอาการดังกล่าวมากกว่าหรือเท่ากับ อาการ  และอาการเหล่านั้นเป็นอยู่นานมากกว่า 1 ชั่วโมง และ เป็นแทบทุกวัน  คณะทำงานขององค์การอนามัยโลก (WHO)ได้เสนอการแบ่งชนิดของโรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้แบบใหม่  โดยแบ่งเป็น 2 ชนิด เพื่อเป็นแนวทางสำหรับการวางแผนการรักษา  ในการแบ่งกลุ่มใหม่ของโรคนี้อาศัย
            • อาการและผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต
            • ระยะเวลาที่เป็นโดยแบ่งเป็นกลุ่ม “มีอาการเป็นบางครั้ง (intermittent)” หรือ “มีอาการตลอดเวลา (persistent)”
            • แบ่งตามความรุนแรง คือ “อาการน้อย (mild)” หรือ “อาการปานกลางถึงมาก(moderate – severe)” ขึ้นกับอาการและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
            1.  ผู้ป่วยมีอาการเป็นบางครั้ง หมายถึง มีอาการน้อยกว่า 4 วันต่อ 1 สัปดาห์  หรือมีอาการติดต่อกันน้อยกว่า 4 สัปดาห์
            2.  ผู้ป่วยมีอาการตลอดเวลา หมายถึง มีอาการมากกว่า 4 วัน ต่อ 1 สัปดาห์  และมีอาการติดต่อกันนานกว่า 4 สัปดาห์

องค์การอนามัยโลก ได้เสนอให้ใช้อาการทางคลินิกที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย  แบ่งความรุนแรงของโรคออกเป็น กลุ่มคือ
            1. อาการน้อย
            2. อาการปานกลางถึงมาก
            โดยในกลุ่มอาการน้อย ไม่มีอาการดังต่อไปนี้    ส่วนในกลุ่มอาการปานกลางถึงมาก มีอาการดังต่อไปนี้  1  อาการหรือมากกว่าคือ
            • ไม่สามารถนอนหลับได้ตามปกติ
            • มีผลต่อกิจวัตรประจำวัน, การเล่นกีฬา และ การใช้เวลาว่าง
            • มีปัญหาต่อการทำงานและการเรียน
            • อาการทำให้ผู้ป่วยรู้สึกรำคาญ
ลักษณะทางคลินิก
อาการ 
            เมื่อผู้ป่วยสัมผัสสารก่อภูมิแพ้เช่น ฝุ่นบ้าน    ผู้ป่วยจะมีอาการคันจมูก และอาจมีอาการจามติดๆ กันหลายครั้ง และมีน้ำมูกใสๆ     และอาการคัดจมูกตามมา       อาการดังกล่าวมักเป็นอยู่เป็นนาที หรือชั่วโมง     หลังจากนั้นจะหายได้เอง   โดยอาจมีอาการคันที่ตา, คอ, หู หรือที่เพดานปากด้วย     นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการปวดศีรษะ,    เสียงเปลี่ยนจมูกไม่ได้กลิ่น, น้ำมูกไหลลงคอ, ไอ, เจ็บคอเรื้อรัง   อาจมีอาการหูอื้อ หรือมีเสียงดังในหู

อาการแสดง
            ผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นอยู่นาน   ทำให้ต้องหายใจทางปากเสมอ   อาจทำให้การเจริญเติบโตของกระดูกใบหน้าและฟันผิดปกติคือใบหน้าส่วนล่างจะยาวกว่าปกติ    เนื่องจากต้องอ้าปากหายใจตลอดเวลา    เพดานปากจะแคบและโค้งสูง  ในเด็กที่มีอาการคันจมูก   เด็กมักจะยกมือขึ้นขยี้ หรือ เสยที่ปลายจมูกบ่อยๆ   การทำเช่นนี้นานๆ อาจทำให้เกิดมีรอยย่นที่สันจมูก    รายที่มีอาการคัดจมูกอยู่นานๆ  อาจทำให้มีการคั่งของเลือดบริเวณใต้ขอบตาล่าง
            ขณะที่ผู้ป่วยกำลังมีอาการ  ถ้าตรวจจมูก จะพบว่าเยื่อบุจมูก จะบวม   อาจมีสีซีด  หรือสีคล้ำ  มีน้ำมูกใสๆ จำนวนมาก    เยื่อบุจมูกอาจมีริดสีดวงจมูกร่วมด้วยได้ เยื่อบุในโพรงหลังจมูกอาจบวมซีด และมีน้ำมูกใสๆ นอกจากนั้นอาจพบ ต่อมแอดีนอยด์โตได้   การตรวจคอ อาจพบผนังคอเป็นตุ่มนูนแดงกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองเรื้อรังของผนังคอจากน้ำมูกที่ไหลลงคอหรือจากการหายใจทางปาก

-มีต่อตอนที่ 2-

 

 

 
พิมพ์
24/11/2553 10:33:56
 
ส่งต่อให้เพื่อน


ปิดหน้าต่าง