มะเร็ง

  มะเร็งผิวหนัง
 
โรคลิมโฟมาผิวหนัง
 

โรคลิมโฟมาผิวหนัง


รองศาสตราจารย์นายแพทย์ป่วน  สุทธิพินิจธรร
ภาควิชาตจวิทยา
Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

            โรคลิมโฟมาผิวหนัง คือ โรคมะเร็งของเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่ง ทำให้ผิวหนังเกิดผื่นคันแดงเป็นขุย ปกติลิมโฟมาจะเป็นมะเร็งของต่อมน้ำเหลืองที่มีลิมโฟซัยต์เพิ่มมากผิดปกติในต่อมน้ำเหลืองของร่างกายก่อน แล้วจึงแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น แต่ลิมโฟมาผิวหนังจะเริ่มมีการเพิ่มจำนวนของลิมโฟซัยต์ที่ผิวหนังก่อน แล้วจึงแพร่กระจายไปสู่เลือด และต่อมน้ำเหลืองในระยะท้ายของโรค
            สาเหตุของการเกิดโรคนี้ จากหลักฐานยังไม่ทราบแน่ชัด จากการศึกษาพบว่าอาจเกิดจากเชื้อไวรัส สารพิษ หรือพันธุกรรม  ซึ่งอาการแสดงของโรค จะเริ่มที่ผิวหนังมีลักษณะผื่นแดง ราบหรือนูนเป็นปื้น อาการคันเป็นอาการที่พบได้บ่อย ผื่นมีขนาดและจำนวนต่าง ๆกัน ระยะท้ายของโรคผื่นจะลามกว้างออกเป็นหย่อม ๆ หรือเป็นก้อนตามผิวหนัง บางรายผื่นแดงลามทั่วตัวค่อนข้างช้ามาก ผู้ป่วยบางรายมีผื่นคันที่ผิวหนังเป็น ๆ หาย ๆ นานนับสิบปี การตัดชิ้นเนื้อตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์บางครั้งก็วินิจฉัยไม่ได้ ดังนั้น ในรายที่สงสัยว่าเป็นโรคนี้อาจต้องติดตามดูอาการและทำการตัดชิ้นเนื้อเพื่อตรวจซ้ำทุก 3-6 เดือน
           โรคลิมโฟมาผิวหนังมีหลายระยะ การรักษาขึ้นอยู่กับระยะที่เป็น ระยะเริ่มต้น ผื่นผิวหนังอักเสบเป็นเฉพาะที่ การรักษาจะทำเฉพาะตำแหน่งที่เป็น ระยะต่อมาจะเป็นหลายตำแหน่ง หรือเป็นทั่วตัว การรักษาจำเป็นต้องใช้ยารับประทานหรือฉายแสงแดดเทียม หรือลำแสงอิเล็กตรอนทั่วตัว บางครั้งอาจต้องใช้การรักษาร่วมกันหลายวิธีเพื่อให้ได้ผลการรักษาที่ดีที่สุด  การรักษาเฉพาะที่ จะประกอบด้วย การใช้เคมีบำบัดเฉพาะที่ โดยใช้ยาไนโตรเจ็น มัสตาด ชนิดทา  การฉายแสงอิเล็กตรอนเฉพาะที่ รังสีชนิดนี้จะทำลายเซลล์มะเร็งเฉพาะที่ผิวหนัง โดยมีผลต่ออวัยวะภายในน้อยมาก   การรักษาเมื่อผื่นกระจายเป็นพื้นที่กว้างหรือทั่วตัว จะรักษาโดยใช้เคมีบำบัดชนิดรับประทานหรือฉีดในรายที่เป็นผื่นกว้าง หรือมีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปในอวัยวะภายใน  การฉายแสงแดดเทียมร่วมกับการรับประทานยาโซราเลน  โดยผู้ป่วยจะต้องรับประทานยาก่อน 2 ชั่วโมง ยาจะไปจับกับเซลล์มะเร็งที่ผิวหนัง แล้วฉายแสงอัลตราไวโอเล็ต เอ เพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง 

           การรักษาที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ การอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจธรรมชาติของโรค  การรับประทานอาหารที่ถูกส่วน ร่วมกับการออกกำลังกายพอเหมาะจะช่วยให้ผู้ป่วยมีสุขภาพดีทั้งใจและกาย พอที่จะรับยาเคมีบำบัดและการฉายแสง
           ดังนั้น หากว่าท่านพบว่าผิวหนังของท่านเกิดอาการดังกล่าว ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรมาพบหรือปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ก่อนที่จะสายเกินควร

 

 

 

 
พิมพ์
8/10/2553 11:11:26
 
ส่งต่อให้เพื่อน


ปิดหน้าต่าง