โรคไตและกระเพาะปัสสาวะ

  นิ่วทางเดินปัสสาวะ
 
นิ่วทางเดินปัสสาวะ ตอนที่ 1
 

นิ่วทางเดินปัสสาวะ (ตอนที่ 1)

ศ.นพ.ธงชัย พรรณลาภ
ภาควิชาศัลยศาสตร์

Faculty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ถาม: นิ่วเป็นอย่างไร
ตอบ: นิ่วคือก้อนหินปูนหรือผลึกเกลือแร่ซึ่งเกิดในระบบทางเดินน้ำปัสสาวะ มีนิ่วอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งประชาชนทั่วไปคิดว่าเป็นเรื่องเดียวกัน คือ นิ่วที่พบในถุงน้ำ ซึ่งจะไม่ กล่าวในตอนนี้ สำหรับระบบทางเดินน้ำปัสสาวะจะประกอบด้วยไต และน้ำปัสสาวะ จากไตจะไหลผ่าน
หลอดไตเข้าสู่กระเพาะปัสสาวะ หลังจากนั้นผู้ป่วยก็จะถ่ายปัสสาวะ ออกมาผ่านทางท่อปัสสาวะ สำหรับนิ่วที่เกิดขึ้นในระบบทางเดิน ปัสสาวะจะเกิดขึ้นที่ ไตก่อน แล้วอาจจะหลุดมาติดอยู่ในหลอดไตหรือหลุดมาอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ส่วน ประกอบของนิ่วมี หลายอย่าง เช่น แคลเซียม ออกซาเลต กรดยูริค

ถาม: สาเหตุของการเกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะมีอะไรบ้าง
ตอบ: สาเหตุของการที่ทำให้เกิดมีการรวมตัวกันของผลึกของเกลือแร่หรือ หินปูนเป็น ก้อนนิ่วยังไม่มีใครทราบแน่นอน แต่จะมีเหตุ บางอย่างซึ่งจะช่วยส่งเสริมทำให้เกิดมี นิ่วเกิดขึ้นได้ง่าย เช่น ภาวะที่มีการคั่งของน้ำปัสสาวะอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ ในผู้ป่วย ชาย ซึ่งเป็นโรคต่อมลูกหมากโต ปัสสาวะที่ค้างในกระเพาะปัสสาวะก็จะเป็นสาเหตุ ให้เกิดมีนิ่วเกิดขึ้นหรือในผู้ป่วยบางประเภท ซึ่งน้ำ ปัสสาวะมีความเข้มข้นของเกลือแร่ มาก เช่น ดื่มน้ำน้อยกว่าปกติ หรือรับประทานอาหารบางประเภท ซึ่งมีเกลือแร่ขับออก มาทางน้ำ ปัสสาวะมาก เช่น พวกเครื่องในสัตว์หรือพวกผักสด หน่อไม้ เป็นต้น เหล่านี้จะเป็นสาเหตุให้เกิดนิ่วในทางเดินปัสสาวะได้

ถาม: อาหารที่รับประทานจะเป็นสาเหตุให้เกิดนิ่วได้มากน้อยแค่ไหน
ตอบ: ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว การรับประทานอาหารพวกเครื่องในสัตว์มาก หรือ ประเภทเนื้อ พบว่ามีการขับเกลือแร่ชนิดหนึ่งคือ กรดยูริคแอซิค ออกมาในน้ำปัสสาวะ มาก ฉะนั้นผู้ป่วยที่เคยเป็นนิ่วชนิดนี้มาก่อนก็จะมีโอกาสเป็นนิ่วชนิดนี้ได้อีก และเป็น บ่อย ๆ หรือในพวกที่ รับประทานผักสด หรือหน่อไม้มากๆ ก็จะมีโอกาสทำให้เกิดนิ่ว ชนิดออกซาเลตได้อีก

 

ถาม: ผู้ป่วยโรคนิ่ว รับประทานผักมาก ๆ ไม่ได้ เพราะฉะนั้น จะได้รับวิตามิน จากผักที่ไหน
ตอบ: ขึ้นกับชนิดของนิ่ว และไม่ใช่ผักทุกอย่างที่รับประทานไม่ได้ มีผักบางประเภท เท่านั้นที่คิดว่าจะเป็นสาเหตุแต่ก็เป็นส่วนน้อย เพราะฉะนั้นควรได้รับคำแนะนำจาก แพทย์จะดีกว่าว่าเป็นนิ่วชนิดไหน

ถาม: โรคนี้จะเป็นเพศชายหรือหญิงมากกกว่ากัน
ตอบ: จากสถิติทั่ว ๆ ไป พบว่านิ่วเป็นมากในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงประมาณ 2 เท่า แต่ที่น่าสังเกตเด็กผู้ชายในภาคอีสานเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะมาก

ถาม: จากสาเหตุอะไร
ตอบ: จากการวิจัยพบว่าเด็กขาดธาตุอาหารโดยเฉพาะโปรตีนบางชนิด และมักชอบ รับประทานอาหารผักบางชนิด ซึ่งมีโอกาสทำให้เกิดนิ่วชนิดหนึ่งในกระเพาะปัสสาวะ

ถาม: ผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วจะมีอาการเริ่มแรกอย่างไรบ้าง
ตอบ: อาการของผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วในระบบทางเดินน้ำปัสสาวะขึ้นอยู่กับว่าเป็นนิ่วที่ใด ถ้าเป็นนิ่วที่หลอดไตหรือไต ผู้ป่วยจะมีอาการปวด เอวข้างที่มีนิ่ว หรือปัสสาวะบ่อย ขุ่นหรือมีเลือด ส่วนผู้ป่วยที่เป็นนิ่วที่กระเพาะปัสสาวะมักจะมีอาการถ่ายปัสสาวะ ลำบาก ปัสสาวะบ่อย หรือมีปัสสาวะไม่ออกก็ได้

ถาม: จะเป็นอันตรายลามไปที่ระบบอื่นหรือไม่
ตอบ: ผู้ป่วยที่เป็นนิ่วในไตหรือในกระเพาะปัสสาวะก็จะเป็นอยู่เฉพาะระบบปัสสาวะ นอกจากว่าผู้ป่วยจะมีนิ่วที่ไตทั้ง 2 ข้าง แล้วไต ไม่ทำงานทั้ง 2 ข้าง ก็อาจจะทำให้ผู้ ป่วยมีชีวิตอยู่ไม่นาน เนื่องจากไตวาย

ถาม: โรคนิ่วมีอาการรุนแรงถึงเสียชีวิตได้หรือไม่
ตอบ: ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า โรคนิ่วในไตหรือหลอดไตเป็นเพียงข้างเดียวก็จะปวด รุนแรงหรือมีการติดเชื้อในทางเดินน้ำปัสสาวะ โดยมากไม่ทำให้เสียชีวิต แต่ถ้าเกิดที่ ไตทั้ง 2 ข้าง ทำให้ไตเสื่อม การทำงานทั้ง 2 ข้าง ก็จะทำให้เสียชีวิตได้

ถาม:ในทางการแพทย์จะมีวิธีตรวจผู้ป่วยเป็นโรคนิ่วอย่างไรบ้าง
ตอบ: ผู้ป่วยที่สงสัยว่าเป็นโรคนิ่ว ควรจะมาพบแพทย์ จะได้ทำการซักประวัติ ตรวจ ร่างกาย และตรวจน้ำปัสสาวะ ซึ่งอาจจะพบว่ามีเม็ดเลือดแดงหรือเม็ดเลือดขาว ในน้ำ ปัสสาวะ และอาจต้องส่งผู้ป่วยไปเอกซเรย์บริเวณไตและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งจะทำให้ บอกได้ว่าผู้ ป่วยคนนั้นมีนิ่วในระบบทางเดินน้ำปัสสาวะหรือไม่

- มีต่อตอนที่ 2-

 

 

 
พิมพ์
8/10/2553 10:39:39
 
ส่งต่อให้เพื่อน


ปิดหน้าต่าง