วัตถุประสงค์
ประวัติศูนย์ส่องกล้อง

 

 

 

 

 

 

การใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องโดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหาร

PERCUTANEOUS ENDOSCOPIC GASTROSTOMY (P.E.G)

                คือ การใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง โดยใช้กล้องส่องกระเพาะอาหาร
ใส่เข้าทางปากผ่านหลอดอาหารเข้าสู่กระเพาะอาหาร แล้วเจาะทางผนังหน้าท้องเพื่อใส่สายให้อาหาร วิธีการนี้จะง่าย สะดวก รวดเร็ว และผู้ป่วยไม่ต้องเสี่ยงต่อการผ่าตัด

ทำไมต้องเจาะกระเพาะอาหารเพื่อใส่สายทางหน้าท้อง

1.บรรเทาความทุกข์ทรมาน
ในการใส่สายให้อาหารทางจมูก ผู้ป่วยอาจเกิดความรำคาญและดึงสายหลุด

การใส่สายใหม่แต่ละครั้งอาจเกิดความเจ็บปวดและทรมานที่ต้องมีสายในโพรงจมูก

ลำคอและหลอดอาหารอยู่เป็นเวลานาน

2.ป้องกันโรคแทรกซ้อน
การใส่สายให้อาหารทางจมูกเป็นเวลานาน อาจเกิดแผลกดทับที่ขอบจมูกและภายใน

ทางเดินหายใจหลอดอาหาร ในรายที่สายที่ใส่ผ่านจมูก สายจะผ่านรอยต่อ

ระหว่างหลอดอาหาร กับกระเพาะอาหารทำให้อาหารย้อนกลับขึ้นมาได้ง่าย

และเกิดการสำลัก อาจทำให้ปอดอักเสบและเสียชีวิตได้

 

ลักษณะของสายให้อาหาร

เป็นสายยางซิลิโคน ขนาดกว้าง 0.7 ซม. ยาวประมาณ 50 ซม.ปลายที่อยู่

กระเพาะอาหารเป็นรูปตัวเห็ดส่วนที่โผล่ทางหน้าท้องจะมีเลขกำกับ เพื่อบอกระดับ

ของสายที่อยู่ภายนอก และมีแผ่นตรึงสายให้อยู่กับที่ปลายสุดจะมีจุก ปิด-เปิด

สำหรับให้อาหาร

การเตรียมตัวเพื่อใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง

1.งดอาหาร และน้ำดื่ม ก่อนทำประมาณ 6-8 ชั่วโมงแลถ้าผู้ป่วยใส่สายให้อาหาร

ทางจมูกอยู่ ต้องดูดอาหารที่เหลือค้าง ภายในกระเพาะอาหารให้หมดในรายที่

มาเปลี่ยนสายให้อาหารควรงดอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมง


2. ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือ ความดันโลหิตสูง ที่ได้รับยาละลายลิ่มเลือด เช่น


เฮพพารีน หรือแอสไพริน ต้องงดยาก่อนทำประมาณ 7 วัน

การดูแลผู้ป่วยภายหลังใส่สายให้อาหารทางหน้าท้อง

1. ผู้ป่วยจะต้องพักค้างในโรงพยาบาล 1 คืน เพื่อสังเกตอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

เช่น แผลมีเลือดออกมาก ปวดท้อง ท้องอืด หรือมีไข้ ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ

สามารถให้อาหารได้ โดยอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์


2. ให้สังเกตระดับของสายให้อาหารทางหน้าท้อง ซึ่งมีเลขกำกับอยู่และมีแผ่นตรึงสาย

ีให้อยู่กับที่และจดจำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สายเลื่อนเข้าไปในกระเพาะอาหาร

มากเกินไปหรือดึงรั้งออกมาข้างนอกซึ่งอาจหลุดได้


3. ทำความสะอาดแผลรูเปิดสายให้อาหารทางหน้าท้องทุกวัน วันละ 1-2 ครั้งหลัง

อาบน้ำโดยใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือ (normal saline) หรือน้ำต้มสุก


4. ให้น้ำก่อนให้อาหารทุกครั้งประมาณ10-20 ml เพื่อป้องกันอาหารเกาะภายในสาย


5.หลังให้อาหารทุกครั้ง ต้องให้น้ำสะอาดตามด้วย เพื่อล้างคราบอาหารภายในสาย

และป้องกันการอุดตันของสาย


6. ปิดพลาสเตอร์ตรึงสายให้อาหารให้ตั้งฉากกับหน้าท้องเพราะถ้าสายเอียงไปด้านใด

ด้านหนึ่งอาจเป็นสาเหตุในน้ำย่อยอาหารรั่วซึมออกมาทำให้รูเปิดมีขนาดใหญ่ขึ้น

และเพื่อป้องกันการแกว่งของสาย ซึ่งอาจทำให้เกิดความเจ็บปวด


7. ใน 1-2สัปดาห์แรกควรระมัดระวังไม่ให้แผลเปียกน้ำต่อมาเมื่อแผลแห้งดี

แล้วสามารถอาบน้ำได้ตามปกติ (ยกเว้นมีข้อห้ามจากแพทย์ )


8. เมื่อพบว่าบริเวณแผลรูเปิดมีอาการบวมแดง มีอาหาร หรือของเหลวออกมาจากแผล

ควรรีบปรึกษาแพทย์

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใส่สายให้อาหารทางหน้าท้องเป็นเวลานาน

1. สายให้อาหารเป็นคราบสกปรก ส่วนใหญ่เกิดจากการล้างสายไม่สะอาด

หรืออาหารที่ให้ข้นเกินไป แก้ไขโดยใช้กระบอกฉีดยาดูดน้ำ ดันเข้าไปแรงๆ หรือใช้

น้ำส้มสายชู 5 c.c.ต่อน้ำ 15 c.c. ฉีดผ่านสายแล้วหักพับสายทางหน้าท้องไว้ ให้น้ำหล่อ

ภายในสายนานประมาณ 15 นาที ทำจนน้ำหมดแก้ว ควรทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

2. สายเปื่อย บวม เนื่องจากใส่สายเป็นเวลานาน ควรมาพบแพทย์เพื่อเปลี่ยนสายใหม่

3. สายหลุด ไม่ต้องตกใจ ใช้ผ้าก๊อซหรือผ้าสะอาดปิดไว้ แล้วมาพบแพทย์

เพื่อเปลี่ยนสายใหม่ โดยนำสายสวนกระเพาะอาหารที่หลุดออกมาไปด้วย

4. เกิดแผลกดทับ บางรายที่มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจะมีการเพิ่มความหนาของผนังหน้าท้อง

และเกิดการกดทับจากแผ่นตรึงสายให้อาหารให้อยู่กับที่ แก้ไขโดยปรับที่ตรึงสาย

ให้อาหารให้หย่อนลง

ชนิดของสายให้อาหารที่จะเปลี่ยน
1.สายชนิดเดียวกับที่เคยใส่


2.สายสวนกระเพาะแบบทดแทน(Gastrostomy replacement)


เป็นสาย ซิลิโคนยาวประมาณ 6 นิ้ว ปลายที่อยู่ในกระเพาะอาหารจะมีลูกโป่ง

ป้องกันไม่ให้สายหลุด และมีแผ่นตรึงที่ผนังหน้าท้อง ส่วนปลายสุดมีจุกเปิด-ปิด

เพื่อให้อาหารและที่เป่าลูกโป่ง

3.สายสวนกระเพาะแบบกระดุม(Button replacement)

ส่วนที่อยู่ภายนอกเป็นกระดุมแบนราบไปกับผิวหนังหน้าท้อง มีจุกปิดเปิดเพื่อต่อกับ

สายให้อาหารส่วนที่อยู่ในกระเพาะอาหารจะกางออก ภายในมีลิ้น

(Anti-reflux valve) ป้องกันไม่ให้สารเหลวในกระเพาะอาหารไหลออกมา

peg