วัตถุประสงค์
ประวัติศูนย์ส่องกล้อง

 

 

 

 

 

 

การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก


เป็นการใช้กล้องที่มีลักษณะเป็นท่อขนาดเล็กโค้งงอได้ที่ปลายกล้องมีเลนส์ขยายภาพ

ปลายอีกด้านหนึ่งต่อเข้ากับเครื่องกำเนิดแสงแล้วส่งภาพมายังจอรับภาพส่องเข้าไปทาง

ทวารหนักเพื่อตรวจดูลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ส่วนกลางส่วนต้นและลำไส้เล็กส่วนปลาย

โดยการส่องกล้องตรวจควรทำในผู้ที่มีอาการดังต่อไปนี้

  • มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระ เช่น ท้องผูก หรือท้องเสียเป็นประจำ หรือท้องผูกสลับท้องเสีย

  • ถ่ายอุจจาระมีเลือดปน อาจจะเป็นสีแดงสดหรือสีคล้ำ มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ

  • เวลาเบ่งถ่ายอุจจาระมีติ่งเนื้อยื่นออกมาจากทวารหนักและมีเลือดออก

  • มีการแน่นอึดอัดท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ และปวดท้องร่วมด้วย

  • มีก้อนในท้อง น้ำหนักลด ซีด อ่อนเพลีย

  • ผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจทางทวารหนักโดยการส่องกล้องทุกๆ 3-5 ปี

สิ่งที่ตรวจพบจากการส่องกล้อง

    • ริดสีดวงทวาร

    • ลำไส้อักเสบ

    • ติ่งเนื้อ

    • ถุงโป่งจากลำไส้ใหญ่ (Diverticulum)

    • เนื้องอก

    ใน การส่องกล้องระบบทางเดินอาหารนั้น จะต้องมีการเตรียมตัวของผู้ป่วยเพื่อให้

    ผลของการส่องกล้องนั้นถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

    การเตรียมตัวก่อนส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนัก

    การตรวจลำไส้ใหญ่และทวารหนักด้วยกล้องส่องตรวจ มี 2 ชนิด คือ

    1. กล้องส่องตรวจชนิดโลหะ (Sigmoiodscope)

    2. กล้องส่องตรวจชนิดพิเศษ (Colonoscope)

    การเตรียมตัวก่อนตรวจการตรวจลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก ( Sigmoidoscopy )

    •  สวนอุจจาระเช้าวันก่อนตรวจ

    การเตรียมตัวก่อนตรวจการตรวจลำไส้ใหญ่ทั้งหมด ( Colonoscopy )

    • 3 วันก่อนตรวจ ให้รับประทานอาหารอ่อน ย่อยง่าย

    • งดรับประทานผัก ผลไม้และอาหารที่มีเส้นใย

    • รับประทานยาระบายให้ตรงตามจำนวน และเวลา ตามที่แพทย์สั่ง

    • ควรดื่มน้ำ 1 แก้วทุกครั้งที่ถ่ายอุจจาระ

    • คืนวันก่อนตรวจ  งดอาหารและน้ำดื่ม จนกว่าจะทำการตรวจ

    • ควรมีญาติมาด้วย(ในบางรายแพทย์อาจให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำท่านจะไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ)        

    ขั้นตอนในการตรวจ

    • ผู้ถูกตรวจนอนตะแคงซ้าย ก้นชิดริมเตียง งอเข่าชิดอก

    • คลุมด้วยผ้าสะอาด มีช่องเปิดที่ก้น

    • แพทย์จะใส่กล้องส่องตรวจเข้าทางทวารหนัก  และเป่าลมเพื่อให้ลำไส้ขยาย เมื่อพบสิ่งผิดปกติ แพทย์จะ

    ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา

    • ขณะตรวจอาจรู้สึกอยากถ่ายอุจจาระหรือแน่นอึดอัดท้อง เนื่องจากแพทย์เป่าลมให้ลำไส้ขยาย

    เพื่อดูพยาธิสภาพภายใน อาการเหล่านี้จะบรรเทาได้โดยปฏิบัติดังนี้

    • หายใจช้าๆ สูดลมหายใจเข้า-ออก

    • ปล่อยตัวตามสบาย ไม่เกร็ง

    • ถ้าแน่นอึดอัดท้องมากจนทนไม่ไหว ให้รายงานแพทย์ แพทย์จะดูดลมออกให้

    • ห้ามดิ้นโดยเด็ดขาด

    อาการที่อาจพบได้ภายหลังการตรวจ
    ?     แน่นอึดอัดท้อง จะทุเลาลง เมื่อได้ผายลม


    ?    เจ็บบริเวณท้องน้อย หรือทวารหนัก อาการเหล่านี้จะค่อยๆ  ทุเลาลงและหายไป


    *  การปฏิบัติตัวภายหลังการตรวจ *              

    • ให้สังเกตอุจจาระ อาจมีเลือดปนบ้างเล็กน้อย ถ้ามีเลือด ออกมากผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์

    • รายที่ได้รับยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำ   ( ไม่รู้สึกตัวขณะตรวจ )

     

    • ห้ามขับรถหรือทำงาน เกี่ยวกับเครื่องจักร หรืองานที่ต้องใช้การตัดสินใจ อย่างน้อย 24 ชั่วโมง

    หลังการตรวจ

    • มีอาการผิดปกติ เช่นปวดท้องมาก ท้องแข็ง มีไข้สูง  ให้รีบไปพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด

    • แพทย์ ตามวันและเวลานัด

 

colono