Insulin --> Gensulin M 30
 
 
 
 
 
<< ชื่อสามัญ
  Insulin --> Gensulin M 30
 
<< ชื่อการค้า
 
 
<< รูปแบบยา
  Gensulin M 30
 
<< ข้อบ่งใช้
   • ลดน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิดที่ 1 และชนิดที่ 2
 
<< การสั่งใช้ยา รวมถึงขนาดยาที่ใช้บ่อยในแต่ละข้อบ่งใช้
  • Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
• ไม่เขียนคำย่อ “U” เพราะอาจดูเหมือนเลขศูนย์ ควรใช้ “unit” แทน
 
<< ข้อห้ามใช้และข้อควรระวัง
  • ก่อนเพิ่มหรือลดขนาดยา และก่อนให้ยา ควรตรวจสอบการรับประทานอาหารหรืออาการที่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดก่อน เช่น อาเจียน
 
<< การจัดเก็บที่เหมาะสม
  • เก็บแยกยาไว้ในที่เข้าถึงได้ยาก
• ทำสัญลักษณ์เตือนให้ระวัง
• Double check ชื่อผู้ป่วย ชนิดและขนาดยา
• ระวังการหยิบสลับกับ Heparin
• ควรเก็บรักษา insulin ในตู้เย็นที่ 2-8 องศาเซลเซียส
• Insulin ที่ไม่ได้เก็บในตู้เย็น หรือที่เปิดใช้แล้ว สามารถใช้ได้ภายใน 1 เดือน
 
<< การเตรียมยา รวมถึงการผสมยา
  • Double check ชนิดและขนาดยาเพราะ Insulin มีหลายชนิด
• ระวังการหยิบสลับกับ Heparin
• ให้ใช้วิธีกลิ้งขวดบนฝ่ามือทั้งสอง ห้ามเขย่าขวด
• Insulin ที่ฉีด IV ได้มีเพียง Regular Insulin (RI) เท่านั้น ( ได้แก่ Actrapid HM กับ Humulin R)
• การผสม RI เพื่อให้ IV drip ควรผสมเผื่อ flush สายประมาณ 20 ml เพื่อให้ยาเคลือบอุปกรณ์พลาสติกที่ใช้ในการให้ยาก่อน
• หากต้องฉีดยา Insulin ชนิดน้ำใสและน้ำขุ่นพร้อมกัน ต้องดูดยาน้ำใสก่อนเสมอ
 
<< การบริหารยา
  • Double check ชนิดและขนาดยาเพราะ Insulin มีหลายชนิด
• ระวังการหยิบสลับกับ Heparin
• หากบริหารยาแบบ IV drip ควรใช้ infusion pump
• สอนวิธีดูดยาและวิธีฉีดยาที่ถูกต้องแก่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแล หากผู้ป่วยต้องนำกลับไปใช้เองที่บ้าน
 
<< การติดตามผลการใช้ยา
  • ติดตามระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิดตามแผนการรักษา ถ้าผิดปกติให้แจ้งแพทย์ ค่า
น้ำตาลในเลือดปกติ 60-100 mg/dL ในพลาสมา 70-110 mg/dL ยกเว้นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นๆให้
เทียบจาก baseline ของผู้ป่วยเอง
• ภายใน 60 นาทีหลังฉีดยา ให้สังเกตอาการ Hypoglycemia เช่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หน้ามืด เป็นลมหมดสติ
• ตรวจสอบ infusion pump เสมอ อย่างน้อยทุก 2 ชั่วโมง
 
<< อาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญ
  • ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งมีอาการแสดงที่สำคัญ ได้แก่ ใจสั่น เหงื่อออกมาก ตัวเย็น ซึมลง หมดสติ
 
<< การแก้ไขเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์หรือความคลาดเคลื่อนทางยา
 
• หากพบว่าผู้ป่วยมีอาการ Hypoglycemia เช่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก หน้ามืด เป็นลม หมดสติ ให้เจาะ
capillary blood glucose ทันที
• หากพบว่า capillary blood glucose มีค่าน้อยกว่า 60 mg/dL ถ้ายังได้รับ insulin อยู่ ให้หยุดยา insulin
ทันที และให้ปฏิบัติดังนี้
-ถ้าผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ให้ดื่มน้ำหวานอย่างน้อยครึ่งแก้ว ตรวจระดับ capillary blood glucose ซ้ำ
หลังจากรับประทานน้ำหวาน 30 นาที หากระดับน้ำตาลกลับมาสู่ภาวะปกติ ให้ตรวจติดตาม
capillary blood glucose เป็นระยะๆ ตามคุณสมบัติของ insulin ชนิดนั้นๆ
-ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้สึกตัวหรือไม่สามารถรับประทานอาหารทางปากได้ พิจารณาให้ 50% glucose
40-50 ml IV push จากนั้นให้ติดตามอาการของผู้ป่วยว่าดีขึ้นหรือไม่ ร่วมกับพิจารณาให้สารน้ำเป็น
10% dextrose ในอัตราเร็ว 80-100 ml/hr ตรวจระดับ capillary blood glucose ซ้ำ หลังได้รับการ
รักษาไปแล้วประมาณ 30 นาที ปรับอัตราเร็วของสารน้ำตามระดับน้ำตาลและสภาพของผู้ป่วย
ตรวจติดตาม capillary blood glucose เป็นระยะๆ ตามคุณสมบัติของ insulin ชนิดนั้นๆ
 

 

ข้อมูลล่าสุด   17 กันยายน 2551

 
     

ปิดหน้าต่าง