Untitled Document

 
Counter : Hit Counter by Digits

 


           การประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติได้จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2499 มีจุดประสงค์เพื่อระดมความคิดจาก
ผู้รู้ ผู้มีประสบการณ์ทั้งในทางการแพทย์ การศึกษา และสังคมภายนอก เพื่อพัฒนาการศึกษาแพทย์ให้มีแนวทางที่ทันต่อยุคสมัยและเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้มีเป้าหมายที่ชัดเจน และพัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้มีคุณภาพเพื่อให้บริการประชาชนได้อย่างทั่วถึง งานผลิตแพทย์และการบริการสาธารณสุขจึงได้ถูกพัฒนามาเป็นลำดับ ตัวอย่างเช่น

การประชุมครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2499 ทำให้มีการจัดการฝึกอบรมแพทย์ฝึกหัดเพิ่มให้อีก 1 ปี

การประชุมครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2507 ทำให้มีการจัดหลักสูตรแพทย์เฉพาะทางที่เรียกว่าการฝึกอบรมแพทย์
ประจำบ้าน

การประชุมครั้งที่ 3 เมื่อ พ.ศ.2514 ทำให้มีการสอนรายวิชาเพิ่มเติม คือ วิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม ตลอดจนการส่งนักศึกษาออกไปหาประสบการณ์ในโรงพยาบาลต่างจังหวัดมากขึ้น

การประชุมครั้งที่ 4 เมื่อ พ.ศ.2522 ทำให้มีการปรับลดหลักสูตรเตรียมแพทย์จาก 2 ปี เป็น 1 ปี และมีการแบ่ง การให้บริการทางการแพทย์ออกเป็น 3 ระดับ primary care, secondary care และ tertiary medical care ตลอดจนมี การกำหนดบทบาทของแพทย์จบใหม่ที่ชัดเจนขึ้น

การประชุมครั้งที่ 5 เมื่อ พ.ศ.2529 ก่อให้เกิดการปรับปรุงวิธีการเรียนการสอนเป็นการเน้นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง เช่น problem-based learning

การประชุมครั้งที่ 6 เมื่อ พ.ศ.2536 ก่อให้เกิดแนวคิดที่กว้างขวางและครอบคลุมประเด็นต่างๆหลายแง่มุม ทั้งการจัดการศึกษา การใช้และการกระจายแพทย์ และการปรับระบบบริการทางการแพทย์สาธารณสุข

การประชุมครั้งที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2544 ก่อให้เกิดแนวคิดระบบการประกันคุณภาพที่กว้างขวางขึ้น นำไปสู่การพัฒนาอย่างบูรณาการในด้านระบบบริการสุขภาพ ระบบการใช้การกระจายแพทย์ และระบบการศึกษาแพทยศาสตร์

การประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติได้จัดขึ้นทุก 7-8 ปี ซึ่งในการประชุมครั้งที่ 7 เมื่อ พ.ศ. 2544 ณ กรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมานั้น มีจุดหมายที่จะพัฒนาการศึกษาแพทย์ทั้งเนื้อหา กระบวนการสอน การประเมินผล และมีจุดเน้นที่จะนำวิชาเวชศาสตร์ครอบครัว การดูแลผู้ป่วยแบบ Ambulatory care และการดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวม ทำให้ได้ข้อสรุปแก่คณะแพทย์ต่างๆ นำไปดำเนินการจัดการศึกษาให้เป็นรูปธรรมต่อไป

ในยุคปัจจุบันแม้ว่าวงการแพทย์ไทยจะได้รับการยอมรับว่ามีการพัฒนาในระดับแนวหน้าของภูมิภาค แต่สังคมไทยยังคาดหวังให้แพทย์มีจรรยาแพทย์ บริบาลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด มีความเอื้ออาทรเสมือนญาติ รวมถึงการเลือกยา และวิธีการตรวจรักษาให้เหมาะสมกับสภาวะของโรคและฐานะผู้ป่วย ซึ่งแพทย์ทุกคนควรจะตระหนักและประกอบวิชาชีพเวชกรรมตามพระราโชวาทแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร์ อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ว่า “I don't want you to be only a doctor but I also want you to be a man”

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ตระหนักในความสำคัญของเรื่องดังกล่าว จึงได้กำหนดจุดประสงค์ในการจัดประชุมแพทยศาสตรศึกษาแห่งชาติครั้งที่ 8 โดยมีจุดเน้นคือ การบริบาลสุขภาพโดยมุ่งเน้นคนเป็นศูนย์กลาง (People-Centered Health Care) , การแพทย์ที่มีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์ (humanistic medicine) , การสร้างเสริมสุขภาพ (health promotion) , การใช้ยาและเทคโนโลยีทางการแพทย์อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ เพื่อพัฒนาการศึกษาแพทยศาสตร์ ให้ดำเนินไปสู่เป้าหมายของการผลิตแพทย์ที่สมบูรณ์พร้อมด้วยคุณภาพและคุณธรรมเพื่อออกไปปฏิบัติงาน
ให้เป็นประโยชน์แก่สังคมและประเทศต่อไป