นิทานอิสป
 

 
ไม้ยืนต้นกับไม้ล้มลุก (ต้นไทรกับต้นอ้อ)

The tree and the Reed

 

"นี่แนะ ต้นไม้จิ๋วเอ๋ย

ต้นไทรพูดกับต้นอ้อที่งอกอยู่โคนต้นของมัน

ทำไมแกไม่แยง (งอก) รากของแกให้ลึกลงไปในดิน

แล้วเงยหัวผงาดขึ้นในอากาศ เหมือนอย่างข้าบ้างเล่า?

"ข้าพอใจแล้ว ในส่วนที่ข้ามี

ต้นอ้อพูด "ข้าเองอาจมีลำต้นไม่ใหญ่โต

แต่ข้าก็คิดว่ามันปลอดภัยดี

"ปลอดภัยรึ

"ต้นไทรพูดอย่างยิ้มเยาะ

"ใครจะมาถอนรากถอนโคนข้าขึ้นได้

หรือจับหัวฉันโค้งลงดินได้

แต่ไม่ทันไรมันก็ต้องเสียใจต่อการคุยโวของมัน

เนื่องจากมีลมสลาตัน (พายุ) พัดมา

ทำให้มันหัก ขาดออกจากราก

และโค่นมันให้ล้มลงบนพื้นดิน กลายเป็นท่อนไม้ที่หาประโยชน์อันใดมิได้

ในขณะเดียวกัน ต้นอ้อเล็กๆ นั้นก็โค้งลู่ไปตามแรงลม

ซึ่งในไม่ช้า เมื่อลมสงบ มันก็กลับยืนต้นตั้งตรงอีกครั้งหนึ่ง

 

Well, little one,"

said a tree to a Reed that was growing at its foot,"

why do you not plant your feet deeply in the ground,

And raise your head boldly in the air as I do?"

I am contented With my lot"

I may not be sogrand,

but I think I am safer."

Safe!"

sneered the Tree.

Who shall pluck me up by the roots"

or bow my head to the ground?"

But it soon had to repent of its boasting,

For a hurricane arose

Which tore it up from its roots.

And cast it a useless log on the ground,

While the little Reed, bending to the force of the wind,

Soon stood upright again when the storm had passed over.

 

ข้อคิดจากนิทานเรื่องนี้
  แข็งมาก ก็เปราะมาก แตกหักง่าย
  ควรอ่อนเหนียว เข้าไว้ ปลอดภัยดี

คำศัพท์ที่ควรทราบ
reed (รี้ด) = ต้นอ้อ
boldly (โบลด์-ลี) = อย่างกล้าหาญ,อย่าทระนง
grand (แกรนด์) = ใหญ่โต,สำคัญ (กว่าธรรมดา)
sneer (สเนีย) = ยิ้มเยาะ
pluck (พลัค) = เด็ด (ดอกไม้),ถอน (ต้นไม้)
bow (v) (บาว) = โค้ง (คำนับ)
repent (รีเพนท์) = สำนึกผิด,เสียใจ